Yaris Hatchback VS Yaris Ativ

ผู้ที่ครองบัลลังก์รถยนต์เครื่อง1.2ลิตรของประเทศไทย
ตลอด3ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2014-2017
เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “Toyota Yaris”
Yarisถูกปรับโฉมมาเป็นเครื่อง 1.2
และทำตลาดรถยนต์อีโค่โดยยกเลิกการผลิตYarisเครื่อง 1.5ทั้งหมด
กลับทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูดขายดีเป็นเทน้ำเททา
เล่นเอารุ่นพี่ที่ออกมาก่อนในSegmentเดียวกันได้แต่น้ำลายไหล
โดยกวาดไปทั้งหมดกว่าแสนสองหมื่นคัน
และเมื่อ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา
Toyota ก็เปิดตัว Yaris รุ่นใหม่แบบSedan แต่ยังคงเป็นเครื่อง1.2
เพื่อไม่ให้ทับ Segment กับรุ่นพี่อย่าง Vios
โดยจะทำตลาดทั้งแบบ Hatchback เดิมและแบบ Sedan นี้ไปด้วยกัน
ณ วันนี้ วันที่ 4 กันยายน 2560
หากใครกำลังจะตัดสินใจซื้อ Yaris
คงต้องดูสเปคกันให้ดีเพราะว่าราคาเมื่อเทียบกันกับสเปคแล้ว
ระหว่าง Hatchback และ Sedan มีความต่างกันอยู่พอสมควรในรุ่นเดียวกัน
โดยหากมองที่รุ่น G ที่เป็นรุ่นราคา 599,000 บาทแล้ว
เด็กใหม่ Yaris Ativ ดูจะมีสเปคที่กินขาดไปหลายขุมในราคาเท่ากัน
โดยจุดหลักที่ต่างกันชัดๆมีดังนี้
1. เครื่องเสียงที่ Ativ มี bluetooth แต่ Hatchback ตัวปัจจุบันยังไม่มี
2. เซนเซอร์ถอยหลังที่ Toyota นำมาใส่ในรถรุ่นเล็ก Ativ แต่ก็ยังไม่มีใน Hatchback
3. ระบบความปลอดภัยต่าง
– VSC ช่วยการทรงตัว
– TRC ป้องกันล้อหมุนฟรี
– HAC ช่วยออกตัวทางลาดชัน
– ถุงลมม่านด้านข้างและหัวเข่าฝั่งคนขับ
ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีใน Yaris Hatchback ตัวปัจจุบัน
หากเห็นสเปคต่างกันเห็นแบบนี้ (ซึ่งหาดูได้จากเว็บไซต์ www.toyota.co.th)
เป็นใครหากไม่ชอบ Hatchback จริงๆก็คงไม่เลือก
แต่กับคนทั่วไปแล้ว ราคาแบบนี้ สเปคแบบนี้ Hatchback ขายไม่ได้!!!
ในความจริงที่ศูนย์ต่างๆก็คงมีโปรโมชั่นออกมาระบายรถ Hatchback นี้เป็นแน่
เพียงแต่จะคุ้มค่าส่วนลดกับสเปคที่หายไปหรือไม่เท่านั้น
ซึ่งความไม่สมดุลทางกลไกลราคานี้ก็คงจะถูกปรับในไม่ช้า
และ Yaris Hatchback จะต้องออกรุ่นที่เทียบเท่า Ativ มาแน่นอน
ส่วนในเรื่องสมรรถนะโดยรวมทั่วไปก็คงไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะ
หากเราไม่ได้เป็นนักเลงรถด้วยแล้ว
ก็เลือกตามความชอบและจังหวะจะโคนกันให้ดีๆได้เลย
แต่ด้วยความเป็น Sedan ทำให้ตัวรถมีความยาวมากกว่า Hatchback เล็กน้อย
การเลี้ยวและการกะระยะก็คงแตกต่างกันบ้าง
อย่างไรก็ตาม ของแบบนี้ไม่ลองขับเองก็คงไม่รู้
เหมือนกับแฟนไม่ลองคบก็คงไม่รู้เช่นกัน
