ชีวิตพนักงานเงินเดือนธรรมดาที่แสนพิเศษกับเรื่องราวที่คุณไม่เคยรู้

ณ สถานที่แห่งหนึ่งใกล้เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น
24 พ.ย. ช่วงเวลานั้นเมื่อกว่า 10ปีก่อน ช่วงเวลาที่ต้องห่างไกลบ้านและใช้ชีวิตในต่างแดน เป็นครั้งแรกที่มีความเหงาเป็นเพื่อนที่แสนวิเศษ และสร้างบรรยากาศธรรมดาๆให้อยู่รอบตัวราวกับม้วนฟิล์มที่ฉายหนังวนไปซ้ำ ๆ แต่กระเป๋าใบหนึ่งก็เปลี่ยนทุกสิ่งไปเสียสิ้น
เวลา 6:30 น.
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ผมยื่นมือไปปิดและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัว “แค่ 5 นาที” ผมคิดในใจ แต่ในที่สุดก็ต้องลุกขึ้นเหมือนเดิม เดินไปล้างหน้า มองตัวเองในกระจกและรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่เข้าที่เหมือนเดิม วันนี้ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจะเกิดขึ้น
เวลา 8:30 น.
ผมถึงออฟฟิศในเวลาเดิม แต่ระหว่างเดินเข้าประตู ผมสะดุดกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่วางอยู่บนพื้น ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกระเป๋ามาวางอยู่บริเวณนี้ ไม่มีเจ้าของหรือใครอยู่ใกล้ ๆ ลักษณะเหมือนถูกทิ้งด้วยซ้ำ ด้วยความสงสัยผมยกมันขึ้นมาและเหลือบเห็นจดหมายเล็ก ๆ ติดอยู่ “ถึงคุณในวันที่พิเศษ” ผมหยุดคิดว่าอาจมีคนลืมไว้ แต่เพราะมันถูกวางไว้อย่างจงใจใกล้บริเวณที่ทิ้งขยะซึ่งเรียกได้ว่าสะอาดในประเทศญี่ปุ่น ผมจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมา
เวลา 10:00 น.
ในห้องประชุม จิตใจผมอยู่กับกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่วางอยู่ข้างเก้าอี้ ผมแอบเปิดดู ข้างในมีกล่องเล็ก ๆ ที่ประทับด้วยตราแปลก ๆ ที่ไม่คุ้นเคย กล่องนี้ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด มันเหมือนชวนผมให้หาคำตอบอะไรบางอย่าง

เวลา 12:00 น.
ช่วงพักเที่ยง วันนี้ผมเลือกที่จะไปนั่งคนเดียวที่สวนด้านข้างอาคาร หยิบกล่องเล็ก ๆ ในกระเป๋าหนังออกมาดูอีกครั้ง พอลองเปิดมันออก ข้างในมีแผนที่ลายเส้นเก่าคร่ำคร่า ผมมองภาพแผนที่ และสังเกตเห็นว่ามันคือบริเวณใกล้เคียงนี้เอง มีจุดที่บอกว่าเป็นซอยเล็ก ๆ ซึ่งไม่ไกลจากออฟฟิศนัก ความสงสัยค่อย ๆ กลายเป็นความตื่นเต้น ผมคิดอยู่ว่าจะตามแผนที่นี้ไปดีไหม แต่สุดท้ายความอยากรู้ก็มากพอที่จะชักนำและพาผมให้เดินออกไปจากม้านั่งตัวนั้น
เวลา 13:30 น.
ผมเดินตามแผนที่ไปถึงซอยแคบ ๆ ตามที่ระบุไว้ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของเก่า กลิ่นอายประวัติศาสตร์และความลึกลับคละเคล้าไปกับอากาศ ผมเดินต่อไปจนพบร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่เหมือนหลุดออกมาจากอดีต หน้าร้านมีป้ายไม้แกะสลักภาษาญี่ปุ่นที่แปลเป็นไทยได้ว่า “พบเจอสิ่งที่หาย” ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนผลักประตูเข้าไป
เวลา 14:00 น.
ในร้านหนังสือเล็ก ๆ นั้น เงียบสงบจนน่าขนลุก หญิงชราที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นและยิ้มให้ผม เธอเหมือนจะรู้ว่าผมมาที่นี่เพราะอะไร “กระเป๋าหนังสีน้ำตาลนั่นใช่ไหม?” เธอถามเสียงนุ่มเบาเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ผมแปลออก แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ ผมพยักหน้าด้วยความงุนงง และเธอก็ยื่นสมุดบันทึกเล่มเก่าให้ผม “อ่านแล้วจะรู้ว่าอะไรที่ตามหาอยู่” ผมรับสมุดมาเปิดอ่าน มันเต็มไปด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่มีชีวิตวนลูปซ้ำไปซ้ำมาเช่นเดียวกับผม แต่สิ่งที่พิเศษก็คือ เขาเริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตทีละนิดเพื่อให้หลุดจากลูปนั้น
เวลา 14:30 น.
ผมกลับมาที่ออฟฟิศ พร้อมความรู้สึกบางอย่างในใจที่เปลี่ยนไป สมุดบันทึกที่หญิงชราให้มาทำให้ผมเริ่มคิดถึงเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของตัวเอง สิ่งเล็ก ๆ ที่ผมมองข้ามอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนได้ เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ผมตัดสินใจเดินไปในทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านปกติ แวะร้านกาแฟใหม่ ลองทำอะไรที่ต่างออกไปจากเดิม
เวลา 21:00 น.
ผมกลับถึงหอพักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกเหมือนได้ค้นพบอะไรบางอย่างที่ผมมองข้ามไปมาตลอด สิ่งเล็ก ๆ ในแต่ละวันเริ่มมีความหมายขึ้น ผมรู้ว่าชีวิตวนลูปอาจไม่ใช่สิ่งที่น่าเบื่อ ถ้าผมเริ่มทำอะไรที่ต่างออกไปทีละนิด อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของวันพิเศษที่ตลอดเวลาที่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นไม่เคยเจอ
เวลา 23:00 น.
ผมปิดไฟเตรียมตัวเข้านอน ในใจก็ยังมีคำถามเกี่ยวกับหญิงชรากับสมุดบันทึกเล่มนั้น แต่ผมรู้ว่าพรุ่งนี้คงเป็นอีกวันที่ต่างออกไป แม้จะมีสิ่งใหม่เล็กน้อยที่ผมเองก็ยังคาดไม่ถึง
ไดอารี่วันที่ 2 จากคำถามหนึ่ง นำไปสู่อีกคำถามหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าใช่คำตอบหรือไม่
