วันที่2 จากคำถามหนึ่ง นำไปสู่อีกคำถามหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าใช่คำตอบหรือไม่

เวลา 6:00 น.
วันนี้ผมตื่นก่อนนาฬิกาปลุก รู้สึกเหมือนสมองทำงานตั้งแต่ยังไม่ลืมตา เมื่อคืนสมุดบันทึกเล่มนั้นทำให้ผมครุ่นคิดถึงชีวิตที่เคยเป็นเหมือนเดิมทุกวัน แต่ตอนนี้ผมเริ่มมองหาจุดเล็ก ๆ ที่จะทำให้วันใหม่ต่างออกไป อีกไม่นานนักเสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น ผมปิดมันด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ “วันนี้จะต้องไม่เหมือนเดิม” ผมจำได้ว่าบอกกับตัวเองแบบนั้น ก่อนลุกจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉงกว่าทุกวัน
เวลา 8:15 น.
ระหว่างทางไปทำงาน ผมเลือกที่จะเดินไกลขึ้นอีก2สถานีแทนลงที่สถานีรถไฟปลายทาง มันทำให้ผมเห็นซอยเล็ก ๆ ที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน ร้านข้างทาง กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ลอยมา ผมแวะซื้อขนมปังชิ้นหนึ่งและได้คุยกับเจ้าของร้านผู้สูงอายุที่เล่าเรื่องราวการเดินทางของเขาสมัยหนุ่ม ผมจับใจความได้ไม่ทั้งหมดเพราะมีบางคำฟังยาก แต่ที่พอจับใจความได้คือ “ชีวิตคือการเดินทางนะพ่อหนุ่ม” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม คำพูดนั้นติดอยู่ในใจผมตลอดทางจนถึงออฟฟิศ
เวลา 9:00 น.
ออฟฟิศยังคงเหมือนเดิม โต๊ะเดิม หน้าจอคอมพิวเตอร์เดิม แต่ผมรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ต่างออกไป ผมหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมาเปิดดูอีกครั้ง ในหน้าสุดท้ายมีข้อความที่ผมไม่ได้สังเกตเมื่อวาน “ทุกวันมีเบาะแสใหม่ รอให้คุณค้นพบ”
เวลา 11:45 น.
ผมได้รับอีเมลที่แปลกประหลาดจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก ซึ่งการส่งอีเมลเป็นสิ่งที่ทำกันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ว่าจะจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่ยังไม่เป็นสมาร์ทโฟนด้วยซ้ำ เนื้อหาในอีเมลมีเพียงประโยคสั้น ๆ ว่า
“ถ้าคุณอยากรู้คำตอบ มองหากุญแจที่คุณไม่เคยเปิด”
ใจผมเต้นแรงขึ้น กุญแจที่ไม่เคยเปิด? ผมพยายามตีความมัน แต่ในความวุ่นวายของงานและการประชุมที่กำลังจะเริ่ม ผมเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ
เวลา 13:00 น.
หลังจากมื้อเที่ยง ผมตัดสินใจเดินไปในที่ที่ไม่ค่อยเดินผ่านรอบออฟฟิศ และเหลือบไปเห็นห้องเก็บของเล็ก ๆ ที่อยู่ท้ายออฟฟิศด้วยหางตา มันเป็นห้องที่พนักงานส่วนใหญ่ลืมไปแล้วว่ามีอยู่ ผมลองเปิดประตู แต่ประตูล็อคไว้ กุญแจ… ที่ไม่เคยเปิด? ผมเดินกลับไปหาแม่บ้านและถามหากุญแจของห้องนั้น “โอ้ คุณจะเข้าไปทำไมคะ? ไม่มีใครเข้าไปในนั้นนานแล้ว” เธอพูดพร้อมยื่นกุญแจเก่า ๆ ให้ผม

เวลา 13:30 น.
ผมกลับมาที่ห้องเก็บของ ใช้กุญแจไขประตูเข้าไป กลิ่นฝุ่นและความเก่าลอยเข้ามาทันที ภายในมีชั้นวางหนังสือเก่า ๆ และกล่องไม้ที่ปิดสนิท ผมเดินเข้าไปเปิดกล่องนั้นด้วยความตื่นเต้น ข้างในมีเอกสารบางอย่างและจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ แม้จะเป็นคันจิแต่ก็มีตัวอักษรฮิรางานะอยู่ด้วยทำให้ผมอ่านได้ง่ายขึ้น
“คุณใกล้ถึงคำตอบแล้ว แต่ทุกอย่างเริ่มต้นจากคำถาม”
นั่นคือคำแปลของสิ่งที่เขียนอยู่นั้น
เวลา 16:00 น.
จดหมายยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของผม ขณะที่ผมกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน ข้อความนั้นหมายถึงอะไร? คำถามอะไรที่ผมยังไม่ได้ถามกับตัวเอง? ขณะเดียวกัน หัวหน้าส่งงานด่วนมาให้ เป็นโปรเจกที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ผมลังเล แต่ครั้งนี้ผมตัดสินใจรับมันไว้
เวลา 18:30 น.
เลิกงานแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกว่าวันนี้ยังไม่จบ ผมเดินกลับทางเดิมที่ผ่านซอยเล็ก ๆ อีกครั้ง คราวนี้ผมหยุดที่ร้านหนังสือเก่า หญิงชราที่พบเมื่อวานกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่
“กลับมาอีกแล้วหรือ?” เธอถามพร้อมรอยยิ้มลึกลับ “คุณพบคำถามของคุณหรือยัง?”
เวลา 21:00 น.
ผมนั่งลงที่โต๊ะในห้องนอน เปิดสมุดบันทึกเล่มเก่า จดคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจ
“ฉันกำลังใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการจริงหรือเปล่า?”
นั่นคือคำถามที่ผมไม่เคยถามตัวเอง และอาจเป็นคำถามที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต
คืนนี้ ผมรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… และบางทีพรุ่งนี้อาจจะไม่ใช่วันธรรมดาอีกต่อไปเช่นกัน ช่วงวันสองวันนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตแปลกไปจากที่เคย
