ทำอย่างไรเมื่อไม่อยากทำสิ่งที่ต้องทำ

ทำอย่างไรเมื่อไม่อยากทำสิ่งที่ต้องทำ

ความขี้เกียจไม่เข้าใครออกใคร และอัตราความขี้เกียจของแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลาก็มักจะไม่เท่ากันด้วย มันคงดีไม่น้อยถ้า…

ถ้าเราสามารถรู้สึกขยันได้ตลอดเวลาที่เราอยากขยัน เพราะในบางครั้งแม้รู้ว่าสิ่งๆนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำแค่ไหน หากไม่ได้เร่งด่วนมากนัก เราก็จะรู้สึกขี้เกียจเสียจริงๆ

.

พอลองเอามาขบคิดร่วมกับกระบวนการทางฟิสิกส์แล้ว การเคลื่อนที่ในทางฟิสิกส์ก็เกิดจากพลังงานหรือแรงผลักดันให้มีการเคลื่อนที่ ถ้าไม่มีอะไรไปสกัดกั้นการเคลื่อนที่นั้น วัตถุนั้นคงวิ่งไปเรื่อยๆไม่หยุด ตามกฎข้อที่1ของนิวตัน ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น มันยังต่อยอดมาเรื่อยๆจนกลายเป็นเรื่องของ แรงแห่งการเคลื่อนที่หรือที่เรียกกันว่า MOMENTUM       เจ้านี่ล่ะ น่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราอยากจะทำในสิ่งที่ไม่อยากทำได้

วัตถุหนึ่งจะเคลื่อนที่ไม่หยุดหากไม่มีแรงไปกระทำต่อมัน

วัตถุหนึ่งจะเคลื่อนที่ไม่หยุดหากไม่มีแรงไปกระทำต่อมัน

.

โมนเมนตัม มันคืออะไร

โมเมนตัม ตามที่เข้าใจกันในทางฟิสิกส์ มันคือ ความสามารถในการเคลื่อนที่ของวัตถุ ความสามารถนี้สามารถหาได้โดยนำเอามวลของวัตถุนั้นมาคูณเข้ากับความเร็วของวัตถุ สิ่งนี้เองที่เรียกว่า โมเมนตัม เราสามารถเข้าใจหลักการนี้ได้ง่ายๆในชีวิตประจำวันเช่นการชนของรถยนต์กับสิ่งอื่นๆ เช่น รถยนต์ที่มีมวลมากๆเช่น โดยปกติประมาณ 1 ตัน แม้มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพียงเล็กน้อย หากเราถูกชน แน่นอนว่า “เจ็บ” ในทางกลับกัน สมมติให้ความเร็วเท่ากับการวิ่งของรถคันเมื่อกี้ แต่เปลี่ยนเป็นรถเด็กเล่น แล้ววิ่งมาชนเรา ความเจ็บนั้นแทบไม่มี มวลที่ต่างกันทำให้ผลของโมเมนตัมมีความมากน้อยแตกต่างกันออกไปด้วย

.

แล้วมันเกี่ยวกับเราตรงไหน

จุดสำคัญจากนี้ก็คือ สมมติว่าเริ่มที่ตัวเรา เรามีมวลเท่าเดิมในทุกๆวัน (แม้บางเวลาจะดูอ้วนๆหน่อยก็เถอะ) แต่แรงกายแรงใจในการดำเนินชีวิตและการทำงานต่างๆของแต่ละวันกลับไม่เท่ากัน สังเกตดีๆบางวันเวลาที่เราได้ทำอะไรที่ Active การเริ่มกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อๆไปมักจะทำได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น วันหนึ่งคุณได้ออกกำลังกายรอบหมู่บ้านสัก15-20นาที เหงื่อออกแบบพอหอมปากหอมคอ กลับมาก็มีไอเดียอยากจะจัดกองสิ่งของที่วางรกๆอยู่หน้าบ้าน จัดไปจัดมาก็เห็นว่ามีสิ่งของทิ้งได้อีกเยอะ และสภาพหน้าบ้านก็ดูดีขึ้น พอกลับเข้ามาในบ้านก็ทนไม่ได้กับกองจานอาหารที่วางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยจัดการล้างจนสะอาด และมานั่งพักผ่อนดูทีวีพร้อมกับอาหารเช้าจานโปรด ถึงจุดนี้คุณได้เริ่มกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อตัวเองไปหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การจัดกองสิ่งของรกๆหน้าบ้าน ล้างจาน และดื่มด่ำกับอาหารเช้าพร้อมซีรีย์เรื่องโปรด

ลองเริ่มต้นวันดีๆด้วยกิจกรรมที่คุณชอบ

ลองเริ่มต้นวันดีๆด้วยกิจกรรมที่คุณชอบ

.

ก่อนเข้าบ้านจัดหน้าบ้านไปแล้วต่อกันด้วยล้างจานที่กองไว้เมื่อคืน

ก่อนเข้าบ้านจัดหน้าบ้านไปแล้วต่อกันด้วยล้างจานที่กองไว้เมื่อคืน

.

แล้วมานั่งดื่มด่ำกับซีรีย์เรื่องโปรด

แล้วมานั่งดื่มด่ำกับซีรีย์เรื่องโปรด

.

ในทางกลับกัน…

ถ้าวันหนึ่งวันนั้นคุณไม่ได้ตื่นเช้าปานนั้นและก็ตื่นมาในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะตั้งตรงศีรษะ ความขี้เกียจเริ่มก่อตัว เรื่องวิ่งรอบหมู่บ้านไม่ต้องพูดถึง กองสิ่งของรกๆหน้าบ้านก็ลืมไปได้เลย แค่เอาตัวเองออกจากเตียงไปหาอะไรกินก็นับว่ายาก และต่อให้หาอะไรกินได้เสร็จเรียบร้อยดี ความหวังที่ว่าวันนั้นจะได้ออกกำลังและจัดกองสิ่งของรกๆหน้าบ้านก็เป็นไปได้ว่าแทบจะไม่เกิดขึ้น  เพราะอะไร? เป็นไปได้ว่าคุณขาดโมเมนตัมในการทำสิ่งต่างๆของวันนั้น ตัวกระตุ้นโมเมนตัมที่ดีของวันที่คุณได้ทำสิ่งต่างๆก็มาจากที่เช้าวันนั้นคุณได้ตื่นขึ้นมาวิ่งรอบหมู่บ้านนั่นเอง เมื่อเกิดโมเมนตัมชั้นดีแล้ว สิ่งต่างๆก็ตามมาได้โดยง่าย

.

ความยากอยู่ตรงไหน

คงไม่ต้องคิดให้วุ่นว่าย ความยากก็อยู่ตรงตอนเริ่มต้นสร้างโมเมนตัมแรกเริ่มนี่เอง เหมือนกับรถยนต์ที่ใช้พลังงานการเผาผลาญเชื้อเพลิงมากที่สุดในตอนต้นตั้งแต่หยุดนิ่งเข้าสู่โหมดการเคลื่อนที่ แต่หลังจากวิ่งไปได้แล้วมันก็ใช้พลังงานลดลง ดังนั้นเราลองมาสร้างโมเมนตัม ด้วยการเริ่มต้นกิจกรรมแรกให้ได้กันครับ แล้วความขยันที่จะทำกิจกรรมอื่นๆตามมาก็จะง่ายขึ้นโดยอัตโนมัติ

รถยนต์ใช้พลังงานมากๆก็ตอนที่เริ่มจากหยุดนิ่งเป็นเคลื่อนที่

รถยนต์ใช้พลังงานมากๆก็ตอนที่เริ่มจากหยุดนิ่งเป็นเคลื่อนที่

เริ่มต้นสร้างโมเมนตัมอย่างไรดี

การสร้างโมเมนตัม วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือทำให้มันง่ายที่สุด ยิ่งยากเท่าไรคุณจะยิ่งไม่อยากทำมันมากขึ้นเท่านั้น เช่น คุณกำลังกลับบ้านหลังจากทำงานมาทั้งวัน แต่ยังมีเสื้อผ้าที่กองไว้อีกกองหนึ่ง ถ้าอยากจะให้ผ้ากองนี้ถูกซัก เมื่อคุณถึงบ้าน อย่าเพิ่งหย่อนตัวเองลงบนโซฟาเพื่อพักผ่อน ให้เดินตรงไปที่ผ้ากองนั้นก่อน แล้วภารกิจนี้จะสำเร็จโดยง่าย จุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่ห้ามไปนั่งโซฟาก่อน เพราะถ้านั่งแล้วการจะลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ไม่ค่อยอยากทำนี้จะเป็นเรื่องยากขึ้นเยอะเลย อีกตัวอย่างหนึ่งเช่น จานอาหารที่วางเต็มโต๊ะ เมื่อจบมื้ออาหารแล้วคุณเดินหยิบจานไปวางที่อ่างล้างจานในครัว แทนที่จะหันหลังมาหยิบน้ำเย็นๆสักแก้วก่อนนั่งลงดูทีวีที่โซฟา ให้เริ่มลงมือล้างจานทั้งกองตั้งแต่เดินเอาจานไปวางเลย จะทำให้จานกองนั้นถูกล้างได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ยิ่งถ้าฟองน้ำกับน้ำยาล้างจานถูกวางไว้แล้วตั้งแต่ต้น การล้างจานกองนั้นจะยิ่งเริ่มได้ง่ายเข้าไปอีก

ลองเริ่มที่วางเตรียมฟองน้ำและน้ำยาล้างจานไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำอาหาร หลังมื้ออาหารอาจจะอยากล้างจานมากขึ้น

ลองเริ่มที่วางเตรียมฟองน้ำและน้ำยาล้างจานไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำอาหาร หลังมื้ออาหารอาจจะอยากล้างจานมากขึ้น

.

เห็นได้ชัดว่าฟิสิกส์กับมนุษย์เราเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกจริงๆ ลองเอาแนวคิดเรื่องโมเมนตัมนี้ไปลองใช้กับกิจกรรมในชีวิตประจำวันกันดูนะครับ เริ่มต้นโมเมนตัมแรกให้ได้โดยการทำให้โมเมนตัมแรกนั้นง่ายที่สุด แล้วกิจกรรมต่างๆจะตามมาได้โดยง่าย เห็นทีผมเองก็คงต้องไปเริ่มล้างจานที่กองไว้ตั้งแต่เช้าบางแล้ว ดีนะที่ฟองน้ำและน้ำยาล้างจานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว แค่เดินไปก็หยิบมันขึ้นมาถูได้ทันที

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้