นิทานเจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว ช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร!!!

นิทานเจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว ช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร!!!

นิทานเจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว ช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร!!!

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ในดินแดนอันไกลโพ้น
ยังมีพระราชาและพระราชินีคู่หนึ่ง
ปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นสุขเรื่อยมา
ประทับอยู่ในราชวังที่สร้างจากอิฐสีน้ำตาลอ่อน
ล้อมรอบด้วยธารน้ำทุกด้าน ถัดออกไปเป็นทุ่งหญ้าอันเขียวชะอุ่ม
แต่งแต้มด้วยดอกไม้สีสันงดงามราวกับสีรุ้ง

พระโอรสของพระราชาและพระราชินี
เติบโตเป็นหนุ่มที่มีความฉลาดหลักแหลม
พร้อมกับพระเมตตาอันอ่อนโยน
นอกจากนั้นก็พร้อมที่จะมีพระชายาที่คู่ควร
และหวังว่าจะปกครองบ้านเมืองได้อย่างเป็นสุข
ดั่งที่พระราชบิดาและพระราชมารดา
ทรงปกครองด้วยความสงบสุขเสมอมา

ณ ท้องพระโรงในวันหนึ่ง
ทั้งสามพระองค์ก็ทรงปรึกษาหารือกัน
และทรงประกาศค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติอันคู่ควร
ทั้งรูปร่างภายนอกรวมถึงภายในจิตใจ
ที่จะมาเป็นเจ้าหญิงของเจ้าชายแห่งเมืองนี้

โดยเกณฑ์ที่ทรงตั้งไว้คือ
สาวงามคนนั้นจะต้องมีจิตใจคำนึง
ถึงทุกข์สุขของชาวเมืองอย่างแท้จริง
และพร้อมที่จะสังเกตความเดือดร้อนของราษฎรทุกคน
เพื่อที่จะปกครองเมืองได้อย่างผาสุข

จากเกณฑ์ดังกล่าว มีสาวงามมากหน้าหลายตา
เข้ามาสมัครมากมาย
โดยวิธีการทดสอบค้นหาเจ้าหญิงแห่งเมืองนี้
คือให้หญิงสาวแต่ละคน มานอนในห้องๆหนึ่ง
พร้อมเตียงกับที่นอนอันอ่อนนุ่ม
และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ
เป็นเวลาหนึ่งคืน

สาวงามหลายต่อหลายคนที่ได้มา
ทำการทดสอบในครั้งนี้
ในทุกเช้าที่ตื่นมา
จะมีสาวรับใช้คอยถามไถ่ถึงการหลับใหล
ของหญิงสาวแต่ละคน

“ไม่ทราบว่า เมื่อคืนท่านหลับสบายดีไหมเจ้าคะ”
สาวใช้น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถามหญิงงามทุกคนที่ได้มานอนในพระราชวังนี้

มีคำตอบมากมายที่คล้ายๆกัน
จากหญิงสาวหลายๆคน

“ฉันหลับสบายดีไม่มีปัญหาอะไรนะ”
“ทุกอย่างราบรื่นดี หลับสนิทดีจ้ะ”
“ไม่มีความกังวลใดๆทั้งสิ้น สบายดีมากจ้ะ”

คืนแล้วคืนเล่า
คืนแล้วคืนเล่า
ก็ยังไม่มีใครผ่านการทดสอบสักที
จนทำเอาคนทั้งจากในเมืองและต่างเมือง งงไปตามๆกัน

และแล้ว…
ก็มีคำตอบจากสาวงามรูปหนึ่ง
ผิวเธอเนียน
ละเอียดราวกับปุยนุ่น
ดวงตากลมโต คบกริบ
เส้นผมดำปนน้ำตาลขับให้ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของเธอเด่นชัดขึ้นอีก
“ฉันนอนไม่ค่อยหลับหรอกจ้ะ
เหมือนมีอะไรคอยปลุกฉันจากด้านหลังตลอดคืน”

สาวใช้ได้ยินดังนั้น ก็รีบไปทูลให้พระราชาได้ทรงทราบ

หญิงสาวได้รับเชิญไปที่ห้องอาหารใกล้กับท้องพระโรง
พระราชาทรงถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“หม่อมฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิท
ราวกับที่นอนไม่ได้นุ่มสบายอย่างที่ควรจะเป็น”

“แล้วเจ้าคิดว่ามันเป็นเพราะเหตุใดเล่า”

“หม่อมฉันคิดว่า ภายในที่นอนต้องมีอะไรซ่อนอยู่
อาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ และมีอยู่จำนวนหนึ่ง”

“ดีมาก ตอบได้ดี” พระราชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พอพระทัยอย่างที่สุด
“ข้าใส่ถั่วลงไปจำนวนหนึ่ง ไม่มีใครรู้สึกได้เลย
ทุกคนนอนบนที่นอนนี้ได้อย่างปกติ มีแต่เจ้าเท่านั้นที่รู้สึก”

การทดสอบสิ้นสุดลงนับแต่นั้น
เจ้าชายจึงได้ค้นพบเจ้าหญิงที่สามารถรับรู้
และเข้าใจสิ่งรอบข้างและทุกคนรอบกายเธอ
นอกจากนั้นเธอยังเป็นผู้ที่ห่วงใย
และใส่ใจต่อมนุษย์ทุกคนในเมืองเล็กๆเมืองนั้นและ
เมืองนั้นก็ถูกปกครองอย่างสงบสุขเรื่อยมา

พระราชาค้นหาผู้ที่ไวต่อความรู้สึก
ผู้ที่เหมาะจะมาเป็นเจ้าหญิงของเมือง
จะได้รับรู้ถึงทุกข์สุขของราษฎรได้ทัน
ไม่ใช่รอให้รบราฆ่าฟันกันไปครึ่งเมืองแล้วถึงจะรู้สึกตัว

คำถามต่อมา แล้วยังไง!!!
ระดับการรับรู้ของสาวผู้ได้เป็นองค์หญิง
ถือว่ามีระดับที่ต่ำมาก
คือ ปริมาณของเมล็ดถั่วแม้เพียงน้อยนิด
ก็สามารถทำให้เธอรู้สึกได้ว่า
มันถูกซ่อนอยู่ภายในที่นอนนั้น
ปริมาณน้อยสุดที่รับรู้ได้นั้น เราเรียกมันว่า
“Absolute Threshold”

ในทางการตลาด
หากคุณมีซอยๆหนึ่งยาว300เมตร
มีป้ายโฆษณา ที่ติดอยู่ปลายทางเดิน
ต้องใช้ป้ายโฆษณาขนาดเท่าไร ถึงจะทำให้คนมองเห็น
ตั้งแต่เดินเลี้ยวเข้าซอยมา
ซึ่งแต่ละคนจะสังเกตเห็นได้ไม่เท่ากัน
ขนาดป้ายเล็กที่สุดที่คนสามารถสังเกตเห็นได้
เราเรียกว่าค่า Absolute Threshold
ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณแล้วว่า มีซอยอื่นในบริเวณใกล้เคียง
ที่มีระยะทางของซอย กับราคาโฆษณาเท่าไร
ที่จะทำให้คนเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลที่สุด
(ยิ่งเห็นตั้งแต่ไกลก็ยิ่งคุ้มค่าโฆษณา)

นอกจากนั้น ยังมีอีกค่าหนึ่งที่มักนิยมนำมาใช้
จากทฤษฎี Element of Perception
คือค่า “Differential Threshold”
มันคือ “ค่าของความแตกต่าง”ที่น้อยที่สุดที่สามารถสังเกตเห็นได้
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Just Noticeable Difference (JND)
ถ้าให้ค่านี้เป็นเกณฑ์ เราสามารถปรับสินค้าหรือบริการของเรา
ให้มากกว่าค่านี้หรือน้อยกว่าค่านี้ได้
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

เมื่อกลางวันผมได้กินเย็นตาโฟร้านประจำ
ตลอด3ปีที่ผ่านมา ร้านต่างๆขึ้นราคาไป
แต่ราคาก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ก็คงเดิม
และผมก็รู้สึกว่าปริมาณเท่าเดิม
จริงๆแล้ว คุณป้าเจ้าของร้านให้ปริมาณน้ำซุป
และปริมาณเส้นที่น้อยลง
เพื่อเป็นการลดต้นทุน แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่าน้อยลง
แสดงว่า คุณป้า ลดปริมาณลง
“น้อยกว่า” ค่า JND ผมจึงไม่สามารถสังเกตได้

ในทางกลับกัน ร้านลุงข้างๆ
เห็นคุณป้าขายดี จึงพยายามจัดโปร
โดยการให้ปริมาณที่เยอะกว่าในราคาเท่ากัน
ผมไปลองกินดู
โอ้โห!!! ให้เยอะกว่าร้านป้าเมื่อกี้อีก
แสดงว่าคุณลุงเพิ่มปริมาณน้ำซุปและเส้น
“มากกว่า” ค่า JND ผมจึงสามารถสังเกตได้ว่า
คุณลุงให้ปริมาณมากกว่า
(ถ้าผมไม่รู้สึกว่ามากกว่าผมจะมากินไหม)

ทีนี้คุณก็รู้แล้ว (มั้ง)
ว่าจะเอาไปใช้กับสินค้าและบริการของคุณ
ให้ลูกค้าสังเกตเห็นหรือไม่เห็นได้ยังไง
ผมไม่ได้ให้คุณเอาไปโกงนะ Oops!!!

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้