4 เหตุผลที่ เซเว่นอีเลฟเว่น พ่ายให้เจ้าบ้าน

ทำยังไงถึงจะชนะ Seven Eleven (7-11) ได้
เคยเป็นกรณีศึกษากันมาหลายต่อหลายครั้งทั้งในโลกอินเตอร์เน็ตและในคลาสเรียนวิชาเกี่ยวกับธุรกิจต่างๆ
ว่าทำอย่างไร ถึงจะสร้างร้านขายของชำ หรือร้านสะดวกซื้อ ให้เอาชนะเจ้าแห่งร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ได้
เซเว่นอีเลฟเว่นถือกำเนิดเป็นครั้งแรกของโลก ก็กว่า 90 ปีมาแล้ว โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า Tote’m Store
และได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อเซเว่น อีเลฟเว่น ในปีพ.ศ.2489 หลังสงครามโลกครั้งที่2จบลงหมาดๆ
และเปิดบริการ7โมงเช้าถึงห้าทุ่ม ซึ่งเป็นจุดกำเนิดชื่อเซเว่นอีเลฟเว่น (7-Eleven)ในเวลาต่อมา
สำหรับประเทศไทยสิทธิ์ของแฟรนไชส์เซเว่นอีเลฟเว่น ถือครองโดยบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
โดยปัจจุบันมีสาขาทั้่วราชอาณาจักรไทยกว่า 9,000 สาขา (รองจากญี่ปุ่น อเมริกา และไต้หวัน ตามลำดับ)
รวมแล้วทั่วโลกกว่า 60,000 สาขาผลกำไรสุทธิย้อนหลัง 3 ปีของบริษัท ซีพีออลล์ ก็ดูหรูหรา โดยมีกำไรเติบโตต่อเนื่องทำเอาราคาพุ่งขึ้นมา
จนรู้สึกอิจฉาคนที่กอดหุ้น CPALL ไว้ในมือ เพราะราคาพุ่งขึ้นมาเกือบ50%ในเวลาเพียง 3 ปี !!!
ปี 2557 มีกำไรสุทธิประมาณ 10,000 ล้านบาท
ปี 2558 มีกำไรสุทธิประมาณ 13,600 ล้านบาท
ปี 2559 มีกำไรสุทธิประมาณ 16,600 ล้านบาท
ด้วยกำไรทั้งหมดนี้ฉุดราคาหุ้นจาก40กว่าบาทในปี2557 ขึ้นมาเป็น60กว่าบาทในปลายปี 2559
กลยุทธ์ทางการตลาดสำคัญที่ซีพีออลล์ใช้อย่างหนึ่งคือการขยายสาขาของเซเว่นอีเลฟเว่น โดยมีเป้าหมายการขยายสาขาประมาณ 700 สาขาต่อปี
เพราะยิ่งมีสาขาในทำเลที่ถูกต้องมากเท่าไร กำไรก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แล้วทุกวันนี้กำไรมากขึ้นตามสาขาที่มากขึ้นจริงรึเปล่า???
ปี 2557 มีจำนวนสาขา ณ สิ้นปี 8,127 สาขา
ปี 2558 มีจำนวนสาขา ณ สิ้นปี 8,832 สาขา
ปี 2559มีจำนวนสาขา ณ สิ้นปี 9,542 สาขา
เทียบกับกำไรสุทธิข้างต้นแล้ว…
จริงด้วย!!!
สาขาเพิ่มขึ้น กำไรก็เพิ่มขึ้น แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่สักแต่เพิ่มสาขาไปเรื่อยๆ แล้วหวังว่าจะทำกำไรได้เพิ่มขึ้นในทุกปี
เพราะยิ่งธุรกิจใหญ่โตมากเท่าไร ค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการก็ซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น แต่สาขาที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสาเหตุหลักของรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ที่ถูกชี้แจงไว้ในเอกสารชี้แจงกำไรสุทธิของบริษัท
“สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง”
ใช่ว่าเป็นยักษ์ใหญ่อย่างเซเว่นอีเลฟเว่นแล้ว เปิดที่ไหนก็จะรุ่งเสมอไป ล่าสุด เซเว่นอีเลฟเว่น สาขา อ.ทุ่งหัวช้าง ที่เปิดมาได้ 4 ปีก็ต้องปิดตัวลงไป
อ.ทุ่งหัวช้าง เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดลำพูนซึ่งเป็นจังหวัดที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติมากมาย ธรรมชาติจริงๆครับ เพราะมองจากภูมิประเทศแล้ว
ในระยะรัศมี 60 กม. มีอุทยานแห่งชาติเต็มไปหมด เช่น
อุทยานแห่งชาติแม่ปิง
อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย
อุทยานแห่งชาติออบหลวง
อุทยานแห่งชาติแม่วะ
อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
ถ้าเลยไปอีกสัก 20-30 กม.
ก็มีอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์อีกด้วย
โอ้ว!!! เซเว่นอีเลฟเว่นเลือกทำเลได้ดีจริงๆ

สาเหตุหลักที่เซเว่นอีเลฟเว่นสาขานี้ต้องปิดตัวลง ผมขอสรุปคร่าวๆเป็น 4 เรื่องดังนี้
1. เซเว่นอีเลฟเว่นไม่ได้สร้างความผูกพันกับชาวท้องถิ่น
ต้องยอมรับว่าเซเว่นอีเลฟเว่นทำได้ดีกับลูกค้าคนเมือง แต่กับท้องถิ่นที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มีชาวบ้านที่ไปไหนมาไหนก็รู้จักกันหมด
ไม่เหมือนพนักงานหน้าแคชเชียร์ ที่ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองที่เสนอสินค้าโดยบางครั้งไม่ได้ดูว่าลูกค้าต้องการหรือไม่
แต่กับแม่ค้าพ่อค้าร้านชำท้องถิ่น รู้จักกับลูกค้ามาตั้งแต่ลูกยังเล็ก ทำให้มีความเป็นกันเอง มากกว่าเน้นขายของทำธุรกิจอย่างเดียว
2. เซเว่นอีเลฟเว่นไม่ได้สร้างเหตุผลใหม่ๆที่ทำให้ลูกค้าท้องถิ่นต้องเข้ามาที่ร้าน
สิ่งจำเป็นที่ลูกค้าท้องถิ่นหาซื้อได้ในเซเว่นอีเลฟเว่น เขาก็หาซื้อจากร้านชำท้องถิ่นได้เช่นกัน
นอกจากนั้น ยังนับเป็นโอกาสที่จะได้ไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน
เผลอๆคุยไปคุยมายังได้เลขเด็ดกลับมาเสี่ยงดวงกันเดือนละครั้งสองคร้้งอีกด้วย
ซึ่งปกติแล้ว ถ้าเป็นคุณก็คงไม่ได้ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบพนักงานที่แคชเชียร์ว่า สบายดีไหม วันนี้ขายดีรึเปล่า
3. เซเว่นอีเลฟเว่นยังDisruptบางอย่างในร้านขายของชำท้องถิ่นไม่ได้
ปกติแล้วชาวท้องถิ่นไม่ได้ใช้บัตรเครดิตในการซื้อของ หรือถึงจะใช้ก็คงไม่ได้เอารูดในเซเว่นอีเลฟเว่น
ในทางกลับกัน ใช้เพียงลมปากก็สามารถซื้อของกับร้านชำท้องถิ่นเวลาลืมเอาเงินมาได้ด้วย
นี่ยังไม่นับสินค้าเฉพาะของท้องถิ่นที่ไม่มีขายในเซเว่นอีเลฟเว่นนะ หากเซเว่นอีเลฟเว่นยังDisruptจุดนี้ไม่ได้ก็ยากที่จะเข้าถึงลูกค้า
4. เซเว่นอีเลฟเว่นล้มเหลวในการทำวิจัยลูกค้า
ก่อนจะตั้งสาขาของเซเว่นอีเลฟเว่น ผมเชื่อว่าต้องมีการทำวิจัยถึงทำเลที่ตั้ง Traffic และอัตราการดึงคนเข้าร้าน
แต่กับกรณีนี้ อาจแบ่งได้สองทาง คือทำวิจัยลูกค้าแล้ว แต่ทำแบบผิดๆ หรือ อีกอย่างคือไม่ได้ทำเลยแต่อาศัยผลวิจัยแบบทั่วไปแทน
(คือเป็นผลวิจัยจากสาขาอื่นๆ แต่ไม่ได้วิจัยจากลูกค้าในระแวกนั้นโดยตรง)
พูดถึงร้านชำท้องถิ่นแล้ว มีอยู่ที่หนึ่งที่นอกจากจะมีสินค้าให้เลือกซื้อ มีอาหารตามสิ่งให้กิน
ยังมอบเสียงหัวเราะให้เราอีกด้วย หลายๆคนรู้จักเขาในฐานะ
“ร้านเฮียหมู แห่ง บางรักซอย9”
ติดตามบทความผ่านFacebookได้ที่ http://www.facebook.com/lightsara
ขอบคุณครับ
