ทำไมสินค้าแจกฟรีแล้วอยู่ได้

ย้อนกลับไปเมื่อสัก 20 ปีก่อน
ความบันเทิงจากเสียงส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของเทปคาสเซ็ท
ซึ่งเด็กยุคปัจจุบันแทบจะไม่รู้จักแล้ว
3ทหารเสือแห่งวงการเพลงไทยสากล
ต้องยกให้3ค่าย Grammy, Kita และ RS
ลูกค้าอย่างเราๆจะฟังเพลงของศิลปินที่ชื่นชอบ
ก็ได้แต่ต้องซื้อเทปคาสเซ็ทหรือซีดีมาฟัง
นอกจากนั้นก็ฟังจากการโปรโมทผ่านสื่อต่างๆ
เช่น รายการวิทยุ รายการเพลง
รายการเพลงที่รู้จักกันดีในยุคนั้น คือ เกมฮ็อตเพลงฮิต
ดำเนินรายการโดย ไก่ สมพล จากค่ายย่านอโศก
และยู้ฮูทีม จากค่ายย่านลาดพร้าว
แต่ทั้ง3ค่าย ผลิตศิลปินออกสู่ตลาด
ปีหนึ่งก็ไม่ใช่น้อยๆ ลูกค้าที่งบจำกัดอย่างเราๆ
ก็ไม่ได้ซื้อทุกอัลบั้ม เพราะบางอัลบั้มก็ไม่ได้เพราะทุกเพลง
ราวกับจงใจทำให้เพราะแค่บางเพลง แล้วทำเพลงที่เหลือลวกๆ
มาให้ครบ10เพลงต่ออัลบั้ม แล้วขายยกชุด
หนทางหนึ่งในการเก็บเพลงไว้ฟังหากไม่ต้องการซื้ออัลบั้มชุดนั้น
คือ การอัดเพลงจากรายการวิทยุที่ดีเจนำมาเปิด
สำหรับคนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาคงจะเจอปัญหา
ดีเจพูดแทรกขึ้นมากลางเพลงบ้างไม่มากก็น้อย
หลังเหตุการณ์ Y2K
MP3 เริ่มมีบทบาทขึ้นมา
ทำให้เพลงจากค่ายต่างๆถูกแปลงสู่รูปแบบไฟล์ mp3 กันมากขึ้น
ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ถูกกฎหมายในขณะนั้น
แต่ถึงจะไม่ถูกกฎหมายก็ทำให้หลายๆคนได้รู้จัก
แผ่นประเทือง และ Vampire ที่อัดเพลงลงไปเฉียด400เพลงต่อแผ่น
ทำเอาตลาดเพลงสั่นสะเทือน
ปี2017 ประสบการณ์การฟังเพลงแบบเก่าได้ถูกลบล้างเสียสิ้น
เพราะทุกวันนี้ อยากฟังเพลงอะไร เวลาไหน
ก็แค่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดแอพ ใส่ชื่อเพลง
ก็เลือกฟังได้โดยไม่ต้องเสียเงินด้วยซ้ำ
แถมยังสามารถโหลดไว้ฟังแบบ offline ได้ซะอีก
แบบนี้เองที่เรียกว่า “ฟรี”
แต่แอพเหล่านี้ไม่ใช่การกุศล
เจ้าของแอพจะได้เงินก็ต่อเมื่อลูกค้าประเภท “พรีเมี่ยม” ต้องการ option เสริม
เมื่อลูกค้าใช้แอพพลิเคชั่นแบบฟรีจนรู้สึกพอใจ
อยากได้ฟังก์ชั่นอื่นเพิ่มเติม เช่น มีเพลงพิเศษ คุณภาพเสียงระดับสูง
หรือตัดโฆษณาออกทั้งหมด ก็จะต้องสมัครสมาชิกเสียเงินกันไป
โมเดลการทำธุรกิจแบบนี้นี่เองที่เรียกว่า “Freemium”
ก็ลองดูว่าธุรกิจของคุณทำโมเดลแบบนี้หรือทำตลาดแบบนี้บ้างได้ไหม
เช่น
คุณมีพื้นที่หน้าบ้านติดถนน เปิดให้คนทั่วไปเข้ามานั่งพักได้ฟรี!!!
แถมที่ชาร์จมือถือกับWifiให้อีกต่างหาก
แล้วก็บอกพวกเขาว่าหากใครอยากนั่งยาวๆเรามีฟูกรองนั่งกับกาแฟเย็นๆให้ในราคา 40 บาท เป็นต้น
#Freemium
