Dragonball VS Doraemon ใครดังกว่ากัน

Dragonball VS Doraemon ใครดังกว่ากัน

เรื่องมันเกิดขึ้นก็เมื่อตอนที่
“บาร์ดัค” ส่งลูกของตัวเองที่ชื่อว่า “คาคาล็อต” มายังดาวที่ชื่อว่าโลก
เขาเป็นเด็กที่มีนิสัยก้าวร้าวแต่กำเนิด บังเอิ๊ญ บังเอิญพลัดตกเหว
ศีรษะกระแทกทำเอากลายเป็นเด็กนิสัยดีและสร้างเรื่องราวตำนาน
ที่ผู้คนกล่าวขานกันไปก้องโลกว่า “ดราก้อนบอล”

และเมื่อย้อนกลับไป 15 ปีก่อนหน้านั้น ในปี1969
แมวสีฟ้าก็ถูกส่งกลับมาช่วยเด็กที่ชื่อโนบิตะ
เพื่อที่จะเปลี่ยนเด็กแย่ๆคนหนึ่งให้กลายเป็นคนมีอนาคตสดใส
และก็เปลี่ยนหัวใจของเด็กทั้งโลก ให้มีจินตนาการโลดแล่นตราบทุกวันนี้
เด็กทั่วโลกเรียกเขาว่า “โดราเอม่อน”

การ์ตูนที่สร้างสรรจินตนาการและดูได้ทุกเพศทุกวัยอย่างโดราเอม่อน
น่าจะมียอดขายและความโด่งดังทั่วโลกมากกว่าดราก้อนบอลเป็นแน่
หากวัดความโด่งดังจากยอดขายหนังสือการ์ตูนแล้ว
ข้อเท็จจริงกลับไม่ใช่เช่นนั้น
เพราะว่าดราก้อนบอลมียอดขายของหนังสือการ์ตูนทั่วโลก
มากกว่าโดราเอม่อนถึง 2.5 เท่า!!!

ดราก้อนบอลมียอดขายหนังสือการ์ตูนรวมกันทั้งโลกมากกว่า 240 ล้านเล่ม
จากจำนวนเล่มต้นจนจบทั้งหมด 42 เล่ม
โดราเอม่อนมียอดขายรวมมากกว่า100ล้านเล่ม
จากจำนวนเล่มต้นจนจบทั้งหมด 45 เล่ม

หากถามว่าจำนวน100ล้านเล่ม มันมากขนาดไหน
มันมากพอกับการเอาหนังสือการ์ตูนมาวางตั้งลงบนพื้น
ให้สันหนังสือตั้งฉากกับพื้นทีละเล่ม ทีละเล่ม ปกหลังชนปกหน้า
มันจะสามารถวางได้ยาวตั้งแต่เชียงใหม่ถึงนราธิวาสเลยทีเดียว

อะไรที่น่าจะเป็นเหตุผลทำให้การ์ตูน2เรื่อง
ที่พวกเราคิดว่ามีคนรู้จักมากพอๆกัน
แต่ยอดขายทั่วโลกกลับต่างกันถึง2.5เท่า

พื้นฐานคาแร็กเตอร์ของฟรีเซอร์ที่อยากได้อะไร ต้องได้!!!
ไม่ว่าจะด้วยความคิด อำนาจ หรือพละกำลัง
เขาก็ออกเดินทางไปไปทำลายทุกเผ่าพันธ์ในจักรวาล

เบจิต้าเจ้าชายแห่งดาวไซย่าที่ต้องการอยู่เหนือชาวไซย่าทุกคน
ก็เดินทางมายังโลกเพื่อโค่นล้มโกคูให้ได้โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีไหน
ความต้องการที่ต้องการการตอบสนองโดยไร้ขอบเขตเหล่านี้
มีเบื้องลึกมาจากจิตใต้สำนึกหรือสัญชาติญาณดิบ
ซึ่งมีอยู่ในทุกคนบนโลกใบนี้ ซิกมันด์ ฟรอยด์เรียกมันว่า Id (อิด)
ที่สามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ในดราก้อนบอล
ในขณะที่…
โนบิตะที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น
ประเทศซึ่งการศึกษาและสังคมสร้างคนให้มีระเบียบวินัย
ไม่ว่าครั้งใดที่โนบิตะแม้เพียงจะใช้ของวิเศษ
จากกระเป๋าโดราเอม่อนตอบสนอง Id (อิด) ของตัวเอง
เช่นเอาไปเล่นแกล้งคน เอาไปหาเงินเข้ากระเป๋า
มักจะโดนเบรคโดยโดราเอม่อนอยู่ทุกครั้งไป
เพราะมันขัดต่อกฏหมายและสังคม
ความรู้จักศีลธรรมและผิดชอบชั่วดีของโดราเอม่อนนี่เอง
ซิกมันด์ ฟรอยด์เรียกมันว่า Superego

Id ที่อยู่ในส่วนจิตไร้สำนึก
และมนุษย์ทุกคน
ปรารถนาจะปล่อยมันออกมา
กลับโดน Superego มากดกั้นเอาไว้
สมดุลที่เกิดขึ้นระหว่างIdและsuperego นี้เอง
ซิกมันด์ ฟรอยด์เรียกมันว่า Ego
และก็เป็นสิ่งที่นักอ่านทั้งหลายสนองIdของตัวเอง
ผ่านเรื่องราวของดราก้อนบอล
(อยากจะทำอะไรก็ทำไม่มีคำว่าถูกผิด อ่านแล้วมันสะใจ)

นี่เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้น
ที่ทำให้ดราก้อนบอลมียอดขายมากกว่า
ในโลกแห่งความเป็นจริง คงเหตุผลอีกมากมาย
ที่ทำให้ผลลัพธ์เป็นเช่นนี้

เมื่อเรารู้จักพื้นฐานของจิตที่มีในคนทุกคนแล้ว
เราก็สามารถนำมันมาสร้างบุคลิกภาพของแบรนด์ได้ต่อไป

ส่วนการ์ตูนโด่งดังอันดับ1ของโลก
เรื่องมันเริ่มจากคำพูดสุดท้ายที่ว่า…
“อยากได้ก็เอาไปสิ ไปหาเอาเลย ฉันเอาทุกอย่างไปไว้ที่นั่นหมดแล้ว”
คำพูดสุดท้ายของ โกล ดี โรเจอร์

.ขอบคุณครับ

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้