ทำน้อยให้ได้มาก

เป็นเวลาราว 2,200 ปีมาแล้ว ที่ชายคนหนึ่ง
ได้ทำอะไรหลายๆอย่างในการเปลี่ยนโลกตั้งแต่สมัยที่คำว่า คอมพิวเตอร์ยังไม่คิดแม้แต่จะอุบัติขึ้น เขาได้เปลี่ยนสิ่งของเล็กๆเป็นประวัติศาสตร์ผืนใหญ่ เปลี่ยนแรงเล็กๆให้กลายเป็นแรงใหญ่ๆ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า คาน รอก หรือแม้แต่ระหัดวิดน้ำ นอกจากนี้ยังมีสิ่งประดิษฐ์อีกมากมายที่นับว่าเป็นคุณค่ามหาศาลสำหรับมนุษย์ในช่วงเวลานั้นๆ ชายผู้ที่เอ่ยว่า “หากมีที่ยืน และคานที่ยาวเพียงพอ แม้โลกทั้งใบเขาก็สามารถเคลื่อนย้ายได้” ชายผู้นั้นคือ อาร์คิมิดีส

อาร์คิมิดีสนักฟิสิกส์ชาวกรีก สมัย 287-212 ปีก่อนคริสตกาล
.
แทบจะเรียกได้ว่าอาร์คิมิดีส เป็นบุคคลตัวอย่างในการผ่อนแรง สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยให้คนในบ้านเกิดของเขาทำงานได้ง่ายขึ้น ด้วยความที่เขาเป็นทั้ง นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักฟิสิกส์ และวิศวกร ทั้งหมดนี้ทำให้แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 2พันปีแล้ว แต่ทั้งโลกก็ยังไม่ลืมชายคนนี้เลย
ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคงหนีไม่พ้นเรื่องคาดดีดคานงัดและคำที่ดังไปก้องโลกอย่าง “ยูเรก้า” ที่ตะโกนออกมาเมื่อครั้งที่เขาหย่อนตัวลงไปในอ่างน้ำและทำให้น้ำในอ่างล้นออกมา วินาทีนั้นเอง โลกก็ได้ของขวัญสิ่งใหม่จากชายคนนี้

หากเป็นพวกเราแช่ในอ่างน้ำจะคิดได้แบบ อาร์คิมิดีสไหมนะ
.
ผมแทบจะยกให้เขาเป็นบิดาแห่งการทำน้อยๆให้ได้มากๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ในการผ่อนแรงทั้งหลาย ที่ไม่ได้มีกลไกสลับซับซ้อนใดๆมากมาย แต่กลับได้ผลลัพธ์พอๆกันทั้งๆที่ออกแรงน้อยกว่า เวลาผ่านมากว่า2พันปี ในปัจจุบันนี้ งานที่มนุษย์ทำบนโลกนี้ไม่ได้มีแต่งานที่ใช้แรงกาย มีงานอีกหลายประเภทที่ต้องใช้ทั้งแรงสมอง ทัศนคติ และความรอบคอบ และอื่นๆอีกมากตามบริบทของแต่ละคน หากอาร์คิมิดีสยังอยู่ เราคงเห็นเครื่องมือแปลกๆที่ช่วยให้เราทำงานเพียง2ชั่วโมงต่อวัน แต่ได้งานเท่า8ชั่วโมงเป็นแน่
.
แม้วันนี้ อาร์คิมิดีส จะกลายเป็นที่จดจำในความทรงจำของเหล่านักวิทยาศาสตร์ไปแล้ว ก็ยังมีนักคิดใหม่ๆที่พยายามจะทำน้อยๆให้ได้มากๆที่นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีหลักการสำคัญๆอยู่เพียงไม่กี่ข้อที่ผมพยายามสรุปออกมาให้เหลือจำนวนข้อน้อยที่สุด เพื่อง่ายแก่การจดจำ ที่เหลือเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเราเองได้ ขอแค่ลองฝึกให้เป็นกิจวัตร ให้มันฝังอยุ่ใน DNA ของเรา ผมเชื่อว่าเราจะสามารถคิดและประยุกต์ใช้แนวคิดนี้กับงานที่พบเจอได้ในแต่ละวันอย่างแน่นอน

แนวคิดที่ว่าทำน้อยให้ได้มากนับเป็นการผ่อนแรงอย่างหนึ่ง
.
1. กำหนดข้อจำกัด
เรื่องนี้คุณล้วนเคยพบเจอมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่คุณเรียน ไม่ว่าคุณมีเวลาทำรายงานมากแค่ไหน สุดท้ายสัดส่วนของการทำรายงานนั้นมักจะเทมาอยู่ใกล้ๆช่วงใกล้ส่งงาน สิ่งนี้บอกอะไรเรา สิ่งนี้บอกให้เรารู้ว่า การสร้างข้อจำกัดบางอย่างทำให้เราโฟกัสไปที่เป้าหมายของเราได้ง่ายขึ้น เป้าหมายอย่างเดียวของเราในตอนนั้นคือ ทำอะไรก็ได้ให้รายงานเสร็จและมีส่งในวันที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการจีบสาว ช้อปปิ้ง หรือเล่นเกม เราจะผลักมันไว้ทีหลังทันที ก็เพราะเจ้าสิ่งนี้นี่เอง “ข้อจำกัด”
ลองสร้างข้อจำกัดง่ายๆแบบมีเหตุมีผลให้กับภารกิจของคุณ ตัวอย่างเช่น หลังจากกลับมาบ้านตั้งแต่เสียงประตูปิดลง มีงานบ้านกองรออยู่เพียบ ลองเลือกมาสัก3-4อย่างชนิดที่ว่าถ้าไม่ทำคืนนี้ฉันนอนไม่หลับแน่ๆ ไม่ต้องมากกว่านี้ มากกว่านี้ไม่เหลือเวลาพัก น้อยกว่านี้บ้านก็ไม่เรียบร้อย การโฟกัสข้อจำกัดนี้ทำให้คุณมีโอกาสทำงานบ้านที่จำเป็นต้องทำเสร็จได้มากขึ้นในขณะเดียวกันก็มีเวลาพักผ่อนก่อนนอนด้วย (ใช้ตัวเลข 3-4 อย่างเป็นตัวกำหนดว่าน่าจะทำงานชิ้นนั้นเสร็จได้ภายในคืนนี้)
หรือ
บ้านฉันรกเหลือเกิน มีพื้นที่ห้องเก็บของแค่ขนาด 2×2 เมตรเท่านั้น กับของที่ฉันซื้อมาทั้งหมดและที่มีอยู่ปัจจุบัน จะทำอย่างไรให้อัดลงไปในพื้นที่ที่มีแค่นี้ได้ ของชิ้นไหนที่ต่อให้ไม่มีมันแล้ว ก็ไม่ได้กระทบกับชีวิตของเราเลย (ใช้พื้นที่เป็นข้อจำกัดในการเก็บสิ่งของ) เพียงเท่านี้คุณก็เข้าใกล้การทำน้อยให้ได้มากเข้าไปอีกนิดแล้ว

สภาพบ้านรกๆ ก็สร้างข้อจำกัดในการจัดการกับมันได้ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้!
.
2.เน้นสิ่งสำคัญ
“สำคัญ” คืออะไร สำคัญคือ ถ้าไม่ทำแล้วมันจะทำให้เป้าหมายของคุณกระเตื้อง เลือกเฉพาะสิ่งสำคัญที่ทำให้การเดินทางไปยังเป้าหมายที่คุณมีระยะที่ใกล้ขึ้น สิ่งนี้แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ลองมาดูตัวอย่างเดียวกันกับข้อที่แล้ว เป้าหมายของการหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงนี้ นอกจากเรื่องการพักผ่อน นั่งขี้เกียจๆแล้ว คุณรู้สึกอยากทำให้บ้านน่าอยู่ ไม่รก (นี่คือเป้าหมาย) เน้นสิ่งสำคั ลองดูสิว่า อะไรที่ถ้าคุณทำมันได้ จะทำให้บ้านของคุณไม่รก และน่าอยู่มากขึ้น ลองลิสต์มันออกมาสัก3-4ข้อ เช่น กองสิ่งของที่นานกว่า6เดือนแล้วไม่เคยเข้าไปแตะแต่มันก็ยังคงวางรกๆอยู่แบบนั้น, ชั้นวางรองเท้าที่แค่เห็นแล้วก็ขี้เกียจจะไปยุ่ง หรือตู้เสื้อผ้าที่แค่จะหยิบชุดตัวโปรดก็ต้องนั่งงมอยู่ครึ่งชม. ลองสักสามอย่างนี้ แค่นี้พอ แล้วดูว่ามันตอบโจทย์เป้าหมายคุณหรือไม่ (ทำบ้านให้น่าอยู่ในช่วงหยุดยาว) สิ่งเหล่านี้ถ้ามันเรียบร้อยได้บ้านฉันต้องน่าอยู่ขึ้นแน่ๆ
.
3. Make it Easy
โลกใบนี้มันหมุนไป และเราก็พร้อมจะสนุกไปกับมัน อย่างน้อยที่สุดมันต้อง “ง่าย” คุณลองดูแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานยากๆสิ แค่เห็นหน้าก็แทบจะยากลบออกจากเครื่องแล้ว การทำให้ภารกิจที่อยู่ตรงหน้าเรียบง่ายขึ้นจะทำให้คุณรู้สึกอยากจะทำมัน วิธีที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ ลองเริ่มจากงานหรือภารกิจที่คุณคิดว่าสำเร็จได้ง่ายที่สุด ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน หากคุณทำให้มันสำเร็จได้คุณจะมีกำลังใจในการทำงานชิ้นต่อๆไป
ส่วนตัวผมเองก็มักจะเริ่มจากงานที่ง่ายที่สุด เพราะมันกำจัดได้ง่าย พอมันหายไปหนึ่ง เราจะรู้สึกว่าเรามี Progress เรากำลังไต่บันไดขึ้นไปทีละขั้น เรามาไกลกว่าจุดเริ่มต้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ง่ายที่สุดไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ แต่มันคืองานที่เล็กที่สุดในบรรดางานที่คัดมาแล้วว่าสำคัญ นี่เรียกว่าเป็นหัวใจสำคัญหนึ่งของการทำน้อยให้ได้มากเลยก็ว่าได้

ทำให้ง่ายเข้าไว้ แล้วคุณจะอยากเริ่มและจบมันได้เร็วที่สุด
.
หวังว่าสามข้อนี้จะทำให้คุณเริ่มต้นงานของคุณได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ เพราะยิ่งคุณใช้เวลาน้อยลงเท่าไร คุณก็มีเวลาเอาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้นเท่านั้น เหมือนกับที่อาร์คิมิดีสได้ทำไว้แล้วจากคานเพียงอันเดียว มนุษยชาติก็ไม่เคยลืมเขาอีกเลย
แนวคิดบางส่วนจากหนังสือ ทำน้อยให้ได้มาก
