จิตใต้สำนึก VS จิตสำนึก ใครนำชีวิตเรา

อย่าว่าแต่มนุษย์เราเลยที่ต้องต่อสู้รบรากัน เพราะขนาดก่อนที่จะมีสปีชีส์ “โฮโมซาเปียน” เกิดขึ้น หมู่มวลสรรพสัตว์ทั้งหลาย…
…ก็ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดกันมาก่อนพวกเราเสียอีก ก่อเกิดเป็นระบบนิเวศน์ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ครองโลก เรื่อยมาจนถึง ยุคที่มนุษย์รู้จัก “ไฟ” เป็นครั้งแรก จนกระทั่งวันนี้กว่า 7พันล้านคนทั่วทุกภูมิภาคของโลก การต่อสู้นั้นก็ยังไม่สิ้นสุดลง

เมื่อครั้งที่มนุษย์ค้นพบการจุดไฟก็นับเป็นก้าวสำคัญของมนุษยชาติ
.
ความละเอียดอ่อนของการต่อสู้กันของมนุษย์มีการพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นกองทัพที่มียุทโธปกรณ์ต่างๆมากมายชนิดที่เทียบกับในอดีตแล้วราวกับหนังคนละเรื่อง เมื่อย้อนกลับไปเมื่อครั้งแรกเริ่มที่มนุษย์ต่อสู้กันนั้น การต่อสู้ทางน้ำนับเป็นอีกกลยุทธในการสู้รบอันหนึ่งที่มีการพลิกแพลงนำมาใช้หลากหลาย เริ่มกันตั้งแต่ใช้ไม้ที่มีแกนรูตรงกลางมาเป็นท่อในการหายใจเมื่อดำอยู่ในน้ำ และที่เริ่มมีการนำมาใช้จริงๆจังๆในการออกรบก็คือเมื่อราวๆ 400 ปีก่อนคริสตกาลเมื่อครั้งเหตุการณ์ การโจมตีที่ Syracuse ในบันทึกประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า “สงครามเพโลพอนนีเซียน” และนั่นน่าจะเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ที่มีการสู้รบทางใต้น้ำเกิดขึ้น ก่อนที่จะมีเรือดำน้ำลำแรกของโลกในปี 1720 หรือราวๆ300ปีล่วงมาแล้ว จากฝีไม้ลายมือของชายช่างไม้ชาวรัสเซียที่ชื่อว่า Yefim Nikonov
.
เกี่ยวกับจิตใต้สำนึกตรงไหน?
ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์เรานั้นก็เปรียบได้ดังเรือดำน้ำนี่เอง ผมอยากให้คุณลองจินตนการถึงเรือดำน้ำ เรือดำน้ำทีเรารู้จักและนึกภาพกันออกแบบในทุกวันนี้ หรืออาจจะเป็นภาพยนตร์เรื่องโปรดเกี่ยวกับเรือดำน้ำอย่างเช่น Crimson Tide, U-571 หรือ Red October เรือดำน้ำเหล่านี้ปฏิบัติภารกิจต่างๆโดยมีผู้บังคับการเรือเป็นผู้สั่งการ พร้อมด้วยความร่วมมือร่วมใจของลูกเรือทั้งหมด
ตัวอย่างฉากสนุกๆจากภาพยนตร์เรื่อง Crimson Tide
ลองนึกภาพว่า ผู้บังคับการเรือดำน้ำ คือ “จิตสำนึก” เขาคือบุคคลที่ตัดสินใจเหตุการณ์ทั้งหมดในเรือดำน้ำลำนั้น ส่วนลูกเรือมีหน้าที่รับฟังคำสั่งของผู้บังคับการเรือ ไม่ว่าเรือจะอยู่ลึกเท่าไร หันหน้าไปทิศทางไหน เขามีแต่ทำตามคำสั่งของผู้บังคับการเรือเท่านั้น ดังนั้นวินัยสำหรับทหารจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าผู้บังคับบัญชาสั่งอะไรแล้วไม่ทำตาม นั่นอาจหมายถึงชีวิตทั้งหมดของทุกคนบนลำเรือนั้น

เรือดำน้ำจะรบชนะได้ผู้บังคับการเรือต้องมากประสบการณ์
.
เป็นต้นว่า “เดินหน้าเต็มตัว ปรับระดับดำลง10องศา บรรจุมิสไซล์พร้อมยิง รอรับคำสั่งยิง” คำสั่งจากผู้บังคับการเรือ จะสำเร็จลงได้ก็เมื่อลูกเรือเป็นคนกดปุ่มยิงมิสไซล์ในจังหวะที่เหมาะเจาะที่สุดที่ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจะทำศัตรูปราชัยได้ ลูกเรือที่ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี้มีแต่ต้องเชื่อใจผู้บังคับการเรือเท่านั้น เพราะการจะชนะศัตรูในศึกครั้งนี้ได้มีแต่ต้องทำตามคำสั่งให้ได้เที่ยงตรงที่สุด ลูกเรือนี้เองที่อุปมาดั่ง “จิตใต้สำนึก” นี่คือการอุปมาอุปไมยที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งระหว่าง “จิตสำนึก” และ “จิตใต้สำนึก”
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง “ทำอย่างไรเมื่อไม่อยากทำสิ่งที่ต้องทำ”
.
เฉกเช่นเดียวกัน
สิ่งที่เราพร่ำบอกกับตัวเราเองในขณะที่รู้ตัว หรือที่เรียกว่าจิตสำนึกนั้น ถ้าเราพร่ำบอกแต่ว่า
“ฉันทำไม่ได้”
“ฉันไม่ได้เก่งแบบนั้น”
“ฉันคงทำได้แค่นี้”
คำพูดเหล่านี้เองเปรียบเหมือนคำสั่งโดยตรงจากผู้บังคับการเรือของชีวิตที่คอยออกคำสั่งให้กับจิตใต้สำนึก จิตใต้สำนึกผู้ที่มีวินัยทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างไม่ผิดเพี้ยนชนิดที่ว่าคำสั่งนั้นจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อตัวเราแค่ไหนจิตใต้สำนึกก็ไม่แคร์ เพราะจิตใต้สำนึกแคร์แต่คำสั่งของผู้บังคับการ และหมายจะทำให้คำสั่งสำเร็จเท่านั้น เช่นนี้แล้ว ตัวเราที่อยู่ในสภาพมีสติรู้ตัวของโลกแห่งความจริงก็ไม่อาจจะหนีจากคำพูดที่เราพร่ำบอกให้กับตัวเองได้เลย

จิตสำนึกเป็นผู้สั่ง จิตใต้สำนึกเป็นผู้ตาม
.
มนุษย์เรานั้นเริ่มรู้จักกับตัวเองจริงๆก็ตั้งแต่อายุย่างเข้าสู่วัย 5-6 ขวบ และตั้งแต่นั้นมาเราก็รับรู้เรื่องราวต่างๆคำต่อคำ และคำเหล่านั้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็เริ่มหล่อหลอมตัวเรา กลายเป็นความรู้สึกนึกคิดของเรา แต่ในความเป็นจริง คำที่เราได้ยินเหล่านั้น ไม่ได้หล่อหลอมตัวเราขึ้นมาตรงๆ แต่ตัวเราเองต่างหากที่ประมวลผลคำต่างๆเหล่านั้นเพื่อใช้ในการออกคำสั่งกับลูกเรือของเราเอง

เรานี่เองที่แปลคำธรรมดาที่ได้ยินเป็นคำสั่งไปยังจิตใต้สำนึก
.
กว่า 200,000 ปีที่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นและสู้รบกันเรื่อยมา มันไม่สำคัญเลยหากเราเองยังไม่สามารถรับมือกับการสู้รบระหว่างจิตใต้สำนึกและจิตสำนึกของเราได้ ดังนั้นถึงบรรทัดนี้ เพื่อพาตัวเราไปพบสิ่งที่ดีขึ้น เรามาลองคิดให้ดี พูดให้ดี(กับตัวเอง) เพราะสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราคาดหวัง ล้วนส่งผลกับชีวิตของเราดั่งที่ตัวเราเป็นเสมือนผู้บังคับการเรือของตัวเอง
คิดได้ดังนี้เราก็มาลองพูดกับตัวเองในสิ่งที่เราคาดหวังจริงๆไม่ว่ามันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน จิตใต้สำนึกก็ไม่เคยแคร์อยู่แล้ว ส่วนคนที่แคร์ว่าสุดท้ายชีวิตจะรุ่งหรือชีวิตจะร่วงแท้จริงแล้วก็คือ “ตัวเรา” ผู้ครอบครองจิตสำนึกทั้งนั้น
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง “GROWTH MINDSET มีจริงหรือแค่ขายของ”
