วิธีสร้างความรักและความสุขในชีวิต บรรลุความสำเร็จตามคำแนะนำของ John Gray

วิธีสร้างความรักและความสุขในชีวิต บรรลุความสำเร็จตามคำแนะนำของ John Gray

หากใครเคยดูซีรีย์ญี่ปุ่นเก่าๆเรื่อง Beach Boys ที่ตัวเอกของเรื่องทั้งสองคนทิ้งสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันหันหน้าเข้าหาทะเล ซึ่งเป็นความสุขจริงๆที่เขาฝันเอาไว้ การฉีกกฎจากกรอบเดิมตามโครงเรื่องในซีรีย์ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆขึ้นมากมาย สร้างความสนุกไว้เป็นสิบตอน และนั่นทำให้เราเข้าใจว่า คนที่เขาตามหาความสุขแท้จริงของเขานั้น เป็นอย่างไร วันนี้ หากเราจะทำเช่นนั้นบ้างจะต้องเข้าใจอะไรเริ่มต้นอย่างไร ลองมาดูกันในบทนี้ครับ

ทำยังไงให้รู้จักและเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง

ในชีวิตประจำวัน เรามักถูกกระตุ้นจากสิ่งต่างๆ รอบตัว ทั้งจากสังคม ผู้คนรอบข้าง หรือความคาดหวังของตัวเอง จนบางครั้งเราอาจสับสนระหว่าง “ความอยาก” กับ “ความต้องการที่แท้จริง” การที่เราเข้าใจและรู้จักความต้องการที่แท้จริงของตัวเองเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างชีวิตที่มีความสุขและมีความหมาย ซึ่งคล้ายกับเรื่องที่เราคุยกันไปแล้วก่อนหน้านี้ในบทที่ว่า “อยู่กับปัจจุบันเปลี่ยนอนาคต เคล็ดลับจาก The Power of Now ที่คุณไม่ควรพลาด

หนังสือ How to Get What You Want and Want What You Have โดย John Gray ได้กล่าวถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจความปรารถนาภายในตัวเราเอง เพื่อให้เราสามารถแยกแยะได้ว่าความต้องการใดเกิดขึ้นจากใจจริง และความต้องการใดที่เป็นเพียงสิ่งลวงตาหรือสิ่งที่สังคมบังคับให้เราต้องการ การเข้าใจจุดนี้จะช่วยให้เรามีความชัดเจนในการดำเนินชีวิต และสามารถตั้งเป้าหมายในชีวิตที่สอดคล้องกับตัวตนที่แท้จริง

วิธีสร้างความรักและความสุข

การรู้จักความต้องการของตัวเองจึงไม่ได้หมายความเพียงแค่สิ่งที่เราอยากได้ภายนอก เช่น การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือการมีทรัพย์สินเงินทอง แต่ยังหมายถึงความสุขที่เกิดจากการรู้สึกพอใจในตัวเองและสิ่งที่มีอยู่ในชีวิต การเข้าใจตัวเองในระดับลึกซึ้งนี้จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น และลดความสับสนเมื่อพบเจอกับสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อชีวิต

ตัวอย่างเรื่อง: การตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพ

สมมติว่า สมชาย ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งมาหลายปี โดยตลอดเวลาที่ทำงาน เขามักรู้สึกกดดันและไม่มีความสุข แต่ก็ยังคงทำงานต่อไปเพราะมีความคิดว่า “งานที่ดี” ต้องเป็นงานที่มั่นคงและให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งสังคมและครอบครัวก็สนับสนุนความคิดนี้

ต่อมา สมชายเริ่มสังเกตว่าแม้จะได้รับเงินเดือนที่ดีและดูเหมือนประสบความสำเร็จในสายตาคนอื่น แต่เขากลับรู้สึกว่างเปล่าและไม่มีความสุขจริงๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อเขาลองหันกลับมาทบทวนตัวเองและตั้งคำถามว่า “สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ ในชีวิตคืออะไร?” เขาพบว่าความสุขของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนที่สูง แต่เป็นการทำงานที่เขารักและรู้สึกมีคุณค่า

หลังจากได้รู้จักความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง สมชายตัดสินใจเปลี่ยนสายงานไปทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหลงใหลมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าจะเป็นงานที่ให้รายได้น้อยกว่าเดิม แต่เขากลับพบว่าตัวเองมีความสุขมากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการทำงาน และรู้สึกเติมเต็มในชีวิตมากกว่าการทำงานเพียงเพื่อเงิน

การใช้พลังแห่งความกตัญญู คุณทำได้

ความกตัญญูเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่สามารถช่วยให้เราสร้างความสุขและความสำเร็จในชีวิตได้อย่างยั่งยืน เมื่อเรารู้สึกขอบคุณต่อสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ ในชีวิตหรือสิ่งใหญ่ที่เราประสบความสำเร็จ เราจะพบว่าความสุขนั้นมีอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา

ความกตัญญูช่วยให้เราตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่และลดความรู้สึกไม่พอใจหรือขาดแคลน เมื่อเราเริ่มรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่เรามี เช่น ครอบครัวที่รักใคร่ สุขภาพที่ดี หรือแม้แต่โอกาสในชีวิตที่ได้รับ เราจะรู้สึกเติมเต็มและลดความต้องการในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป การฝึกฝนความกตัญญูยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง เพราะเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราเป็นและสิ่งที่เราทำ

นอกจากนี้ พลังแห่งความกตัญญูยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เมื่อเราแสดงความขอบคุณและชื่นชมคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือเพื่อน เราสร้างพลังบวกและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น การแสดงออกซึ่งความกตัญญูไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี แต่ยังทำให้เรารู้สึกดียิ่งขึ้นเช่นกัน

สุดท้าย การมีความกตัญญูในชีวิตยังช่วยสร้างสภาพจิตใจที่เปิดกว้างและพร้อมที่จะรับสิ่งดีๆ ที่จะเข้ามา ความคิดเชิงบวกจากการรู้สึกขอบคุณจะดึงดูดโอกาสและสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต การฝึกกตัญญูอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เรามีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่แค่จากสิ่งที่เราครอบครอง แต่จากความรู้สึกอิ่มเอมในสิ่งที่เรามีอยู่

ตัวอย่างเรื่อง: การปรับมุมมองด้วยความกตัญญูในชีวิตประจำวัน

สมศรี เป็นผู้จัดการในบริษัทแห่งหนึ่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลายอย่างในแต่ละวัน เธอมักรู้สึกเครียดกับงานและรู้สึกว่าไม่มีเวลาให้ตัวเองหรือครอบครัว ทั้ง ๆ ที่เธอทำงานหนักและพยายามอย่างเต็มที่ แต่เธอกลับไม่ค่อยพอใจกับชีวิตของเธอเท่าที่ควร และมักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นที่ดูเหมือนประสบความสำเร็จมากกว่า

ต่อมา สมศรี ตัดสินใจที่จะลองฝึกฝนความกตัญญูตามคำแนะนำที่เธอได้อ่านจากหนังสือ โดยเริ่มต้นทุกเช้าด้วยการเขียนบันทึกสิ่งที่เธอรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อย 3 สิ่ง เธอเริ่มสังเกตเห็นว่า แม้ในวันที่ยุ่งและเครียด เธอยังคงมีสิ่งดีๆ อยู่รอบตัว เช่น การได้ทานอาหารเช้ากับครอบครัว การได้รับกำลังใจจากเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ความสบายใจที่เธอมีสุขภาพแข็งแรง

วิธีสร้างความรักและความสุข

เมื่อเธอเริ่มเปลี่ยนมุมมองและฝึกฝนความกตัญญูเป็นประจำ สมศรีพบว่าความเครียดของเธอลดลง และเธอเริ่มมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่เธอมีอยู่แล้ว ทั้งในงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว ความสุขของเธอไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่หรือการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นอีกต่อไป แต่เป็นการรู้สึกขอบคุณในทุกๆ วันกับสิ่งที่เธอมีและสิ่งที่เธอได้รับ

สุดท้าย ความกตัญญูนี้ยังช่วยให้สมศรีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เมื่อเธอเริ่มแสดงออกถึงความขอบคุณต่อเพื่อนร่วมงานและครอบครัวมากขึ้น บรรยากาศในการทำงานและที่บ้านก็กลายเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังบวกและความเข้าใจกันมากขึ้น

หากคุณไม่เคยทำดังตัวอย่างข้างต้นมาก่อนอาจจะรู้สึกว่า ทำไปไม่น่าได้อะไร แต่ถ้าคุณได้ลองทำจริงๆมันมีผลมาก ไม่เชื่อลองดูครับ

การตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง

การตั้งเป้าหมายในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยสร้างทิศทางและความหมายให้กับชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของเรา ไม่ใช่เพียงเป้าหมายที่ถูกผลักดันจากปัจจัยภายนอก เช่น สังคม ค่านิยม หรือความกดดันจากคนรอบข้าง

เราลองมาเน้นถึงความสำคัญของการตั้งเป้าหมายที่มีรากฐานมาจากความปรารถนาภายในที่แท้จริงของเราเอง การตั้งเป้าหมายเช่นนี้จะช่วยให้เราไม่เพียงแค่ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ยังทำให้เรารู้สึกพอใจและเติมเต็มทางจิตใจอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากการตั้งเป้าหมายที่อาจทำให้เรารู้สึกว่างเปล่าแม้จะบรรลุเป้าหมายแล้วก็ตาม

การตั้งเป้าหมายที่ดีควรพิจารณาจากทั้งความสุขทางจิตใจและความสำเร็จทางวัตถุ เช่น การถามตัวเองว่า “สิ่งนี้จะทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขมากขึ้นในระยะยาวหรือไม่?” การตั้งเป้าหมายเช่นนี้ช่วยให้เรามองเห็นเส้นทางที่ชัดเจนมากขึ้น และไม่หลงไปกับสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับตัวตนหรือค่านิยมส่วนตัว

วิธีสร้างความรักและความสุข

ขั้นตอนในการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงอาจเริ่มต้นจากการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งถึงสิ่งที่เราต้องการจากชีวิตในแต่ละด้าน เช่น ด้านอาชีพ ความสัมพันธ์ สุขภาพ และการเติบโตส่วนตัว จากนั้นจึงสร้างเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมถึงแบ่งออกเป็นเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งช่วยให้เรามองเห็นขั้นตอนและการก้าวหน้าในชีวิตได้อย่างเป็นระบบ

John Gray ยังเน้นถึงความยืดหยุ่นในการปรับเป้าหมายเมื่อเวลาผ่านไป เพราะความต้องการของเราก็อาจเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ชีวิต เมื่อเรารู้สึกว่าเป้าหมายเดิมไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือสภาวะจิตใจในปัจจุบัน เราควรกล้าที่จะปรับหรือเปลี่ยนเป้าหมายให้เหมาะสม เพื่อให้ชีวิตเดินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับตัวตนที่แท้จริง

การตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงนี้จึงไม่เพียงช่วยให้เราประสบความสำเร็จ แต่ยังช่วยสร้างความสุขและความพึงพอใจที่ยั่งยืนในชีวิต

ตัวอย่าง: การตั้งเป้าหมายในอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง

สมคิด ทำงานในบริษัทการเงินมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งและมีรายได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้บริหารระดับกลาง แม้ว่างานจะดูเหมือนประสบความสำเร็จตามที่ใครหลายคนคาดหวัง แต่สมคิดกลับรู้สึกไม่มีความสุข เขารู้สึกว่าอาชีพในสายการเงินไม่ใช่สิ่งที่เขาหลงใหลและตอบสนองความต้องการทางจิตใจของเขา

หลังจากที่สมคิดได้ไตร่ตรองถึงสิ่งที่เขาต้องการในชีวิต เขาตระหนักว่าความสุขที่แท้จริงของเขามาจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้อื่นและการสร้างคุณค่าในชุมชน เขาจึงเริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ โดยเปลี่ยนจากการแสวงหาความก้าวหน้าในสายการเงินไปสู่การทำงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นการพัฒนาสังคม

แม้ว่าการตัดสินใจเปลี่ยนสายอาชีพจะทำให้รายได้ของเขาลดลง แต่สมคิดกลับพบว่าการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่เติมเต็มจิตใจเขามากกว่า เขารู้สึกว่าตัวเองมีความหมายและมีความสุขกับการทำงานทุกวัน การตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของเขาจึงไม่ใช่เพียงการแสวงหาความสำเร็จภายนอก แต่ยังเป็นการสร้างความพึงพอใจและความสมดุลในชีวิต

จากตัวอย่างข้างต้น ลองหลับตาแล้วนึกดูว่า เรารู้สึกเหมือนที่สมคิดรู้สึกบ้างไหม ถ้าใช่ นั่นอาจเป็นความต้องการที่แท้จริงของคุณก็ได้

การมีสุขภาพที่ดีส่งผลต่อความสำเร็จ

การมีสุขภาพที่ดีช่วยให้เรามีพลังในการดำเนินชีวิตประจำวันและสามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเรามีสุขภาพที่ดี จะส่งผลให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา มีสมาธิ และสามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญได้อย่างชัดเจนและมีเหตุผลมากขึ้น

สุขภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังรวมถึงการมีพลังชีวิตที่สมดุล และการมีจิตใจที่เข้มแข็ง เราควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในทุกๆ ด้าน เช่น การออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับที่เพียงพอ และการจัดการกับความเครียด

Gray ยังชี้ให้เห็นว่า เมื่อเรามีร่างกายที่แข็งแรง เราจะสามารถรับมือกับความกดดันและความท้าทายในชีวิตได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายต่างๆ ในชีวิตได้ง่ายขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่ดูแลสุขภาพ เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรค เราจะรู้สึกเหนื่อยล้าและท้อแท้ได้ง่าย ทำให้ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ดีเท่าที่ควร

การดูแลสุขภาพจึงเป็นรากฐานที่สำคัญของความสำเร็จและความสุขในระยะยาว เพราะเมื่อเรามีร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่เข้มแข็ง เราจะมีพลังและความพร้อมที่จะก้าวสู่เป้าหมายในชีวิตได้อย่างมั่นใจ

วิธีสร้างความรักและความสุข

Gray ยังเน้นถึงการหาความสมดุลระหว่างการทำงานและการดูแลสุขภาพ หากเรามุ่งมั่นทำงานหนักเกินไปโดยไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพในที่สุด เราอาจจะประสบความสำเร็จในเรื่องงาน แต่ร่างกายและจิตใจจะไม่สามารถรองรับความเครียดและความกดดันได้นาน ดังนั้น การดูแลสุขภาพจึงเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับความสำเร็จในระยะยาว

ตัวอย่าง: การดูแลสุขภาพเพื่อประสบความสำเร็จในอาชีพ

นพดล เป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในบริษัทเทคโนโลยี เขาทำงานหนักมาก วันหนึ่งเขาเริ่มสังเกตว่าตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นทุกวัน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การทำงานดึกดื่นและความเครียดสะสมส่งผลให้เขาขาดสมาธิและทำงานได้ช้าลง นอกจากนี้ เขายังรู้สึกว่าความสามารถในการตัดสินใจของเขาเริ่มลดลง จนเริ่มส่งผลกระทบต่อผลการทำงานของทีม

หลังจากเข้ารับการตรวจสุขภาพ นพดลพบว่าร่างกายของเขาขาดการพักผ่อนและการดูแล เขาจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เริ่มจากการจัดเวลาการทำงานใหม่ เพื่อให้มีเวลาสำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนมากขึ้น เขายังเริ่มกินอาหารที่มีประโยชน์และใส่ใจการนอนหลับมากขึ้น

หลังจากการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง นพดลเริ่มรู้สึกมีพลังงานมากขึ้น สมาธิและความคิดสร้างสรรค์ของเขากลับมา เขาสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นและทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้ทีมของเขาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

จากประสบการณ์นี้ นพดลเรียนรู้ว่าการดูแลสุขภาพไม่เพียงแต่ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพได้อย่างยั่งยืน

วิธีง่ายๆในการสร้างชีวิตที่เต็มไปด้วยความรัก ความสุข และความสำเร็จ

แนวทางการสร้างชีวิตที่เต็มไปด้วยความรัก ความสุข และความสำเร็จ ถือเป็นการบรรลุความสมดุลในชีวิตโดยไม่เพียงแค่เน้นที่ความสำเร็จในด้านอาชีพหรือวัตถุ แต่ยังรวมถึงการมีความรักและความสุขที่แท้จริง

  1. ความรัก: การมีความรักในชีวิตหมายถึงการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นกับคู่ชีวิต ครอบครัว หรือเพื่อน การมีความรักช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ และทำให้เรารู้สึกถึงการสนับสนุนและความอบอุ่น การพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพต้องอาศัยการสื่อสารที่ดี การให้ความสำคัญและการเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจะช่วยให้ความรักเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น
  2. ความสุข: ความสุขไม่ใช่แค่การได้รับสิ่งที่เราต้องการ แต่คือการรู้สึกพอใจและมีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว การสร้างความสุขในชีวิตประจำวันสามารถทำได้โดยการมองเห็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น การฝึกฝนความกตัญญู และการทำกิจกรรมที่เรารักและสนุก เช่น การออกกำลังกาย การทำงานอดิเรก หรือการใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก การค้นพบสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จะช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้น
  3. ความสำเร็จ: ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงการบรรลุเป้าหมายทางวัตถุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำและการรู้ว่าเราได้ทำสิ่งที่มีความหมาย การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่การมีความสำเร็จที่เต็มไปด้วยความรักและความสุขยังหมายถึงการสร้างความสำเร็จที่สอดคล้องกับค่านิยมและความต้องการที่แท้จริงของเราเอง

การสร้างชีวิตที่เต็มไปด้วยความรัก ความสุข และความสำเร็จจึงต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับตัวตนที่แท้จริง การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดี การค้นพบและทำสิ่งที่เรารัก และการดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ การทำเช่นนี้จะทำให้ชีวิตของเรามีความสมดุลและเต็มไปด้วยความหมาย

ตัวอย่าง: อรทัย เป็นผู้หญิงที่ทำงานในตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทใหญ่ แม้จะประสบความสำเร็จในอาชีพ แต่เธอรู้สึกว่าสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตคือความสุขและความรัก เธอเริ่มค้นหาความหมายที่แท้จริงในชีวิตโดยการให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับครอบครัวและเพื่อน และใช้เวลาในการทำกิจกรรมที่เธอรัก เช่น การทำงานอาสาสมัครและการเดินทางเพื่อการพักผ่อน

อรทัยพบว่าการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของเธอและการสร้างความรักและความสุขในชีวิตทำให้เธอมีความพอใจและความสำเร็จที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เธอเริ่มรู้สึกว่าชีวิตของเธอมีความหมายและเต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขมากกว่าที่เคยเป็น

ออกไปค้นหาทะเลของตัวเอง ความสุขที่แท้จริงที่ยากจะปฏิเสธ

ซีรีย์มาถึงตอนจบ เป็นตอนที่เจ้าของบังกะโลกได้บอกกับพระเอกทั้งสองคนว่า ที่นี่ บังกะโลนี้คือทะเลของเขา พวกเธอทั้งสองคนก็คงต้องออกตามหาทะเลของตัวเองก็เช่นกัน นับเป็นการปิดฉากที่ตอกย้ำเรื่อง “ความต้องการที่แท้จริง” ของตนเองโดยแท้ เพราะทั้งสองคนได้ละทิ้งสิ่งที่ดูจะก้าวหน้าแต่ไม่ตอบโจทย์ความสุข หันหน้าเข้าหาสิ่งที่ทุกคนไม่ได้คิดว่าเป็นความก้าวหน้าแต่ได้ความสุขทางใจ นั่นคือเนื้อหาของซีรีย์ที่ในชีวิตจริงอาจแตกต่างออกไป แล้วคุณล่ะ ค้นหาทะเลของตัวเองเจอรึยัง…

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้