เราเรียนรู้การตลาดอะไรในสุนทรพจน์ของ Mark Zuckerberg

เราเรียนรู้การตลาดอะไรในสุนทรพจน์ของ Mark Zuckerberg

ถึงแม้หยาดฝนจะหล่นลงจากฟากฟ้าอย่างไม่ขาดสาย
พร้อมกับลายสีสันของร่มที่กางรับน้ำแต่ละหยดนั้น
ผู้คนที่มารอฟังคำกล่าวสุนทรพจน์ของนักศึกษาที่จบจาก
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ก็ยังคงรวมตัวอยู่ที่นั่น
ราวกับเมฆฝนไม่เคยเกิดขึ้น

ผู้คนนับร้อยมารวมตัวกันที่ Harvard Yard
สถานที่เอาท์ดอร์สำหรับการกล่าวสุนทรพจน์
2017 Harvard Commencement Speech
จากบุคคลที่ได้รับการยกย่องเป็น1ใน10
ผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษที่21
“Mark Zuckerberg”
ผู้ก่อตั้ง Facebook และเรื่องราวFacebook
ของเขาทั้งหมดก็เกิดขึ้นที่นี่ “Harvard University”

ในบทเริ่มต้นของสุนทรพจน์ มาร์คกล่าวว่า
เขาได้รับเกียรติเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ในครั้งนี้
ไม่ใช่เพราะว่าเขาได้รับปริญญาหลังจากดร็อปเรียนไปอย่างยาวนาน
แต่เพราะในบรรดาคนรุ่นเดียวกัน
เขาได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับโลก
โลกที่พวกเราทุกคนจะสร้างมันไปด้วยกัน
และเขาก็มาเพื่อที่จะแชร์สิ่งนั้น
—> จากบทเริ่มต้นนี้ เราจะเห็นว่า
มาร์คบอกกลายๆว่าเขาไม่เหมือนคนทั่วไป
ตั้งแต่เริ่มต้นของการกล่าวสุนทรพจน์
ในทางการตลาดแล้วนี่เป็นปัจจัยหนึ่ง
ที่ทำให้สินค้าหรือบริการต่างๆบนโลกใบนี้ประสบความสำเร็จ มันคือ
“สร้างความแตกต่าง (Differentiation)”

จากนั้นมาร์คกล่าวถึง พ่อและแม่ของเขาว่า
เขาทำให้ผู้มีพระคุณได้ภูมิใจ
ได้พบเจอเพื่อนๆดีที่มีส่วนในความสำเร็จ
และความทรงจำที่ดีที่สุด ในรั้วมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ได้พบเจอคู่ชีวิตที่แสนดีที่ทิ้งท้ายคำกล่าวด้วย
อารมณ์ขันผสมผสานความโรแมนติก
รวมถึงความผูกพันกับสถานบันแห่งนี้
สิ่งนี้ทำให้เราเห็นว่า มาร์คก็คือปุถุชนทั่วๆไป
ต่างไปนิดหน่อยตรงที่เขาเป็นเจ้าของ Facebook
—> ถ้าคุณได้เห็นท่วงทาการพูดจากของเขาด้วยแล้ว
ความมีชีวิตชีวาในสุนทรพจน์นั้นคือ Personality
ที่มาร์คแสดงให้ทุกคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวได้เห็น
และมันจะโยงถึง Facebook ด้วย
เมื่อนึกถึงมาร์ค ก็นึกถึง Facebook
เมื่อนึกถึง Facebook ก็จะนึกถึงมาร์ค
มันทำให้แบรนด์ดูมีชีวิตขึ้นมา

คุณลองหลับตา แล้วจินตนาการภาพว่า
คุณคือเจ้าของเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น
ที่มีคนใช้มากที่สุดทั่วโลก
แล้วคุณมีโอกาสได้ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์
ในวันรับปริญญา
ประสบการณ์ ความทรงจำตลอดหลายปี
จะทำให้ความคิด ความรู้สึกของคุณ
ตกผลึกออกมาเป็นสุนทรพจน์เช่นไร
เมื่อคุณได้ขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิต

สำหรับมาร์ค เขาได้พูดถึง “เป้าหมาย”
มันไม่เหมือนกับ “เป้าหมาย” ที่พวกเรารู้จัก
หรือที่เห็นเกลื่อนบนหน้าปกหนังสือ ตามชั้นหนังสือขายดี
แต่มันคือการสร้างโลกที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงเป้าหมายของตนได้
เพื่อเป้าหมายในการสร้างความสุขที่แท้จริง

ไม่กี่ปีที่ Facebook ถือกำเนิดขึ้น
บริษัทยักษ์ใหญ่เห็นแววจึงขอซื้อในราคา1,000ล้านเหรียญ
มาร์คบอกว่า เขาไม่ได้ต้องการขาย
แต่เขาต้องการเชื่อมต่อคนทั้งโลกเข้าไว้ด้วยกันต่างหาก
(Yahoo เป็นบริษัทหนึ่งในหลายบริษัทที่ขอซื้อ Facebook
ในปี 2006 ด้วยเม็ดเงิน 1พันล้านดอลล่าร์
มาร์คส่ายหน้าหนีด้วยเหตุผลที่ว่า Facebook ผมมีมูลค่ามากกว่านั้น
ซึ่งวันนี้มาร์คได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า
สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง เพราะทุกวันนี้มันมีมูลค่า
100,000ล้านดอลล่าร์)
—> เป้าหมายของมาร์คในตอนนั้น
ไม่ได้ทำทุกอย่างเพื่อเงิน
ไม่ได้บอกกับรอบข้างว่าเขาทำอะไร
ไม่ได้บอกกับโลกนี้ว่าเขาทำอย่างไร
แต่เขาบอกกับทุกคนบนโลกนี้ว่า “เขาทำทำไม”
การรู้ถึงคุณค่าแห่งสินค้าและบริการ
เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ
หากคุณสร้างคุณค่าใดๆให้ลูกค้าพอใจไม่ได้
คงเป็นเรื่องยากที่ธุรกิจคุณจะคงอยู่อย่างยั่งยืน

และประเด็นหลักที่มาร์คพูดถึงคือ
3หนทางในการสร้างโลก
โลกที่ทุกคนสามารถมี Sense of Purpose
ซึ่งแบ่งเป็นภาพคร่าวๆ3แง่มุมคือ
1. การสร้างโปรเจกต์ที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างภาคภูมิใจ
2. สร้างโอกาสที่ทุกคนจะมีความเท่าเทียมกันในการไล่ล่าเป้าหมาย
3. อิสระในการสร้างสังคมที่เข้าถึงได้จากทุกมุมโลก
จะเห็นว่าทุกหนทางที่มาร์คพูดถึง
ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับ Facebook ทั้งสิ้น
ในมุมมองของความหมายและคุณค่า
มาร์คได้พูดถึงสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ใช่ต่อตัวเขาเองคนเดียว
ไม่ใช่ต่อผู้คนในอเมริกา แต่หมายถึงมนุษยชาติของโลกใบนี้
นั่นคือ มาร์คกำลังเชิญชวนคนให้มาเชื่อมต่อสิ่งดีๆทั้งโลก
เข้าไว้ด้วยกัน เมื่อมีคนต้องการเชื่อมต่อสิ่งดีๆจากทั้งโลก
สื่อสังคมออนไลน์นับเป็นเครื่องมือชั้นดีในการทำให้สำเร็จ
และเมื่อนึกถึงสื่อสังคมออนไลน์
“Facebook” จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้
—> นั่นคือในฐานะผู้นำตลาดสื่อสังคมออนไลน์
การขยายตลาดให้ใหญ่ขึ้นจะยิ่งทำให้มีผู้ใช้Facebookมากขึ้น
เพราะเมื่อใครๆนึกถึงสื่อสังคมออนไลน์
ก็มักนึกถึงแบรนด์ที่เป็นTop of mind brand ก่อน
(ถ้าคุณเป็นแบรนด์สื่อสังคมออนไลน์เล็กๆ คงไม่มาป่าวประกาศ
ให้คนหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์กันมากขึ้นแน่ๆ
เพราะยิ่งคุณทำแบบนั้น คนที่ยังไม่เคยใช้ ก็มีแนวโน้มจะหันมาใช้
แต่จะเลือกแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักก่อนเป็นแบรนด์แรก)
ซึ่งสิ่งที่มาร์คกล่าว ตรงกับกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้นำตลาด 2กลยุทธ์คือ
1. Increased peneration objective ขยายตลาดให้ใหญ่ขึ้น
2. Extended use objective ขยายคุณประโยชน์การใช้งานของสินค้าหรือบริการ

นับว่าเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้คน
รวมถึงทัศนวิสัยที่จะทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น
เมื่อคุณค่าจากสิ่งที่เขาได้ทำเป็นที่ประจักษ์
เม็ดเงินอันมหาศาลก็บังเกิด
พอได้เห็นผลกำไรสุทธิของ Facebook ย้อนหลัง4ปีในตลาดNasdaqแล้ว
ผมไม่สามารถจินตนาการความรู้สึกของเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ
ที่สร้างก้าวยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติขึ้นมาไม่ออกเลยจริงๆ
ปี 2013 Facebook มีกำไรสุทธิ 1,491ล้านดอลล่าร์
ปี 2014 มีกำไรสุทธิ 2,925ล้านดอลล่าร์
ปี 2015 มีกำไรสุทธิ 3,669ล้านดอลล่าร์
ปี 2016 มีกำไรสุทธิ 10,188ล้านดอลล่าร์
เรียกว่าอัตราการเติบโตตลอด4ปี
โตเร็วอย่างกับมาริโอ้ได้รับไอเท็มเห็ด

ยังมีความท้าทายอีกมากสำหรับมาร์ค
อย่างน้อยก็คู่แข่งคนสำคัญอย่าง Google
ที่แม้ในวันกล่าวสุนทรพจน์
มีการบันทึกวิดีโอในทุกคำพูดของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก
ซึ่งจัดทำโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
คลิปวีดีโอดังกล่าวนั้นก็ยังถูกอัพโหลดอย่างเป็นทางการ
ขึ้นสู่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดผ่าน Youtube (ของGoogle)

ขอบคุณครับ

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้