เมื่อไร เรียกว่าเกษียณได้แล้ว

เมื่อไร เรียกว่าเกษียณได้แล้ว

ถ้าวันหนึ่งวันที่คุณหมดเรี่ยวแรงกาย แม้แรงใจจะล้นเหลือ…

…ก็ยากจะสั่งกายาให้ได้ดังใจได้ การมีเงินหล่อเลี้ยงชีวิต นับเป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่ง แน่นอนว่าเงินไม่ใช่ทุกสิ่งของชีวิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ แล้วคุณวางแผนการเกษียณกันไว้ในรูปแบบไหน เอาเป็นว่าอาจจะไม่ต้องถึงกับรออายุ60ก็ได้ ถ้าทำได้

วันที่แม้ใจอยากจะทำงานอย่างหนัก แต่ร่างกายก็ไม่เป็นดั่งใจ

วันที่แม้ใจอยากจะทำงานอย่างหนัก แต่ร่างกายก็ไม่เป็นดั่งใจ

.

เกษียณแล้วทำอะไรกัน

แน่นอนว่า ถ้าคุณเกษียณแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรต่อ เผลอๆการไม่เกษียณอาจจะดีกว่าสำหรับคุณ เพราะผมเองก็มีเพื่อนที่เกษียณแล้วในวัยราวๆ30กว่าๆ สิ่งหนึ่งที่พวกเขาพูดอยู่เสมอก็คือ ชีวิตไม่มีเป้า ล่องลอย ไร้จุดหมาย แม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ปัญหาด้านจิตใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบริหารจัดการได้ดี นั่นทำให้พวกเขาแม้จะเกษียณแล้วก็ยังหางานทำ งานที่เป็นประโยชน์ต่อคนรอบข้างของพวกเขานั่นเอง เพราะมันช่วยเติมเต็มจิตใจของเขาให้พองฟูในแต่ละวัน ไม่ต้องเร่งรีบในทุกวินาที ไม่ต้องเครียดในทุกชั่วโมง นั่นอาจจะเป็นเป้าหมายของพวกเขาก็ได้

การได้ช่วยเหลือผู้อื่นในวันที่เราช่วยเขาได้เป็นความพึงใจอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ

การได้ช่วยเหลือผู้อื่นในวันที่เราช่วยเขาได้เป็นความพึงใจอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ

.

.

ถ้าจะเกษียณแบบพอเพียงบ้างต้องเป็นอย่างไร

การจะเกษียณแล้วทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ มันเหมือนกับการเปลี่ยนหนังสือเป็นคนละเล่มกัน สิ่งที่คุณทำเป็นประจำในวันนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ถ้าการเปลี่ยนหนังสือไปสู่เล่มใหม่ที่ดีกว่า เป็นสิ่งที่คุณไขว่คว้าอยู่ มาดูว่าเราต้องมีเกณฑ์คร่าวๆอะไรบ้าง

เกณฑ์ส่วนตัวคร่าวๆของการเข้าสู่การเกษียณ

เกณฑ์ส่วนตัวคร่าวๆของการเข้าสู่การเกษียณ

.

ไม่ต้องหาเงินเพิ่มแล้วจากการทำงานประจำ

การจะไม่ต้องหาเงินเพิ่มแล้วจากการทำงานประจำ ถ้าไม่ใช่เด็กที่ขอเงินพ่อแม่ ก็ต้องทำอย่างน้อย4อย่างนี้ให้ได้

1. มีรายรับ มากกว่า รายจ่าย

หลายคนที่ทุกวันนี้ไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ก็เกษียณได้ ด้วยหลักการง่ายๆคือ มีรายรับมากกว่ารายจ่าย ที่เหลืออาจจะเป็นงานเล็กๆน้อยๆที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

ทุกคนล้วนต้องมี Fix Cost ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ถ้าราคานั้นสูงก็จำเป็นต้องหารายได้ให้มากกว่ารายจ่าย แต่ละคนคงมีตัวเลขที่ไม่เท่ากันตามบริบทที่ต่างกัน เลองมาดูตัวอย่าง ถ้าคุณมีค่าใช้จ่ายขนิดที่ว่าต่ำกว่านี้คุณทนไม่ได้แล้ว เช่น คุณมีค่าเช่าบ้าน 3000 บาท มีค่ากินค่าใช้รายเดือนแน่ๆ 5000 บาท ค่าเดินทาง 1000 บาท แบบนี้รวมๆแล้วก็ 9000 บาทแล้ว ถ้าคุณมีรายได้ 7000 บาทต่อเดือน มองเหลี่ยมไหนก็ต้องหาทางเพิ่มรายได้ให้มากกว่า 9000 บาทให้ได้

.

2. ให้เงินทำงานให้

การให้เงินทำงานให้ ก็คือนำเงินที่ได้จากรายได้ แบ่งส่วหนึ่งมาลงทุนในสิ่งที่ให้ผลตอบแทนเมื่อเวลาผ่านไป ยุคนี้มีหลายเครื่องมือที่ทำให้เงินทำงานให้ได้ โดยใช้พลังของผลตอบแทน และเวลา ยิ่งคุณเริ่มเร็วเท่าไร ผลตอบแทนก็หอมหวานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนใน กองทุน หรือ หุ้น ก็ทำได้ไม่ยากในยุคปัจจุบันแล้ว ขอแค่ตั้งใจจริง แค่เริ่มต้นให้ได้ก็นับว่าเป็นก้าวแรกที่สวยงามแล้ว นอกจากนั้นยังมี ระบบธุรกิจอื่นๆ ที่ใช้เงินลงทุน แล้วระบบสร้างผลตอบแทนให้อีกด้วย

.

.

ถ้ามีเงินให้กดได้ตลอดคงดีไม่น้อย

ถ้ามีเงินให้กดได้ตลอดคงดีไม่น้อย

3. หมดหนี้

การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ ถ้าหนี้นั้นเป็นหนี้ที่ดี และสร้างสิ่งดีๆให้กับชีวิต ไม่ว่าจะตอบสนองความต้องการพื้นฐาน หรือสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าดอกเบี่ยของหนี้นั้น และเมื่อวันหนึ่งที่หนี้หมด เราย่อมหมดกังวัลต่อการทำงานอย่างหนักมาเพื่อใช้หนี้

.

4. แผนการเงินส่วนบุคคล

หลายคนอาจจะมี 3 ข้อดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่ยังขาดข้อนี้ เขาอาจจะสบายใจและพอเพียงกับ 3 ข้อข้างต้นแล้ว แต่เท่ากับว่าหากอนาคตเกิดเรื่องไม่คาดคิด และไม่มีแผนรองรับ ชีวิตอาจเซเอาง่ายๆ เหมือนกับธุรกิจที่ต้องมีแผนสำรอง แผนนี้นี่เองที่ให้คนที่เกษียณแล้ว วางใจได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังสามารถดำรงชีพอยู่ได้ หากใครต้องการมีแผนการเงินดีๆ ลองปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงิน หรือ inbox มาพูดคุยกันได้

แผนดีๆก็พาเราไปเที่ยวได้โดยไม่รู้สึกผิด

แผนดีๆก็พาเราไปเที่ยวได้โดยไม่รู้สึกผิด

.

.

ทีนี้ลองมาดูกันว่า เกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น พอจะเชื่อถือได้ไหม

  • มีรายรับ มากกว่า รายจ่าย : ถ้ารายจ่ายยังมากกว่า ก็ต้องหาเงินเพิ่ม
  • ให้เงินทำงานให้                     : ไม่มีเงินทำงานแทน ก็ต้องทำเองก่อน
  • หมดหนี้                                 : มีหนี้ ก็หยุดหาเงินไม่ได้
  • แผนการเงินส่วนบุคคล         : ไม่มีแผน ก็ต้องหาเงินไว้ก่อน เผื่อเกิดอะไรขึ้นก็ใช้เงินแก้ปัญหา
ลองคิดตามเกณฑ์ที่เลือกขึ้นมา

ลองคิดตามเกณฑ์ที่เลือกขึ้นมา

.

คงไม่มีผิดมีถูกถ้าคุณสบายใจ

แล้วแต่แนวคิดของแต่ละคน ทำงานแบบไหนก็สุขใจได้

แล้วแต่แนวคิดของแต่ละคน ทำงานแบบไหนก็สุขใจได้

เรื่องการเกษียณและแผนการเงินส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับบางคน ตราบเท่าที่คนๆนั้นสบายใจ จะเกษียณหรือไม่เกษ๊ยณคงไม่สำคัญสำหรับเขา แผนการเงินจะมีหรือไม่มีก็คงไม่สำคัญอีกเช่นกัน ดังนั้น เรื่องนี้คงขึ้นกับแนวคิดส่วนบุคคล แต่หากมองกันแบบง่ายๆกำปั้นทุบดิน มีไว้ก็ย่อมดีกว่าไม่มี และเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้จะรับมืออย่างไร เหมือนกับเรื่องเกษียณที่ไม่ว่าอย่างไรวันนั้นก็คงมาถึง

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้