ต่างกันด้วยหรือ? มองโลกในแง่ดี กับ มองโลกในแง่บวก

ต่างกันด้วยหรือ? มองโลกในแง่ดี กับ มองโลกในแง่บวก

กว่าพันปีที่จิตวิทยาเกิดขึ้น ตั้งแต่สมัยยุคกรีกโบราณ จนกระทั่งมนุษยชาติเข้าสู่ยุค 5G ยังมีหลายคนที่ยังคงสงสัยกับเรื่องการคิดบวก การมองโลกในแง่ดี ว่าจริงๆแล้วเพื่อหลอกตัวเองหรือว่าเพราะควรมองแบบนั้นจริงๆกันแน่

วันนี้เราจะลองมาทำความรู้จักกับเรื่อง การมองโลกในแง่ดี และ การคิดบวก ด้วยความคล้ายกันแบบนี้ ยังมีทฤษฎีที่น่าสนใจอันหนึ่งที่อธิบายไว้ค่อนข้างชัดเจนโดย Phillip Shero ว่า มันแตกต่างกัน ส่วนแตกต่างกันอย่างไรนั้นลองไปอ่านกันครับ

.

#1.เป็นเรื่องของบุคคลิก กับ ทางเลือก

แต่ละคนบนโลกล้วนมีบุคคลิก ลักษณะนิสัย เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน แม้จะมีเหมือนกันบ้างก็ไม่ 100% ส่วนนี้เองที่เป็นลักษณะเฉพาะของบุคคุลนั้นๆว่าเขาเป็นคนที่มองออกมาสู่โลกภายนอกอย่างไร มองในทางที่ดี มองในทางเป็นกลาง หรือมองในทางแย่ เป็นลักษณะนิสัยที่แทบจะแยกจากคนๆนั้นไม่ได้

.

ในอีกมุมหนึ่ง การมองโลกในแง่บวก เป็นเสมือนทางเลือก ไม่ว่าคนๆนั้นจะมีบุคคลิก ลักษณะนิสัยเฉพาะตัวเป็นแบบใด เขาคนนั้นล้วนมีทางเลือกเสมอ การมองโลกในแง่บวกจึงเป็นทัศนคติที่คนๆนั้นเลือก (ซึ่งเขาอาจจะมองเห็นหรือไม่เห็นทางเลือกนั้น) ไม่ว่าเขาจะมีบุคคลิกอย่างไร

.

แม้บุคคลิกจะมีมาแต่เกิดแต่ทัศนคติเราเปลี่นยแปลงได้

แม้บุคคลิกจะมีมาแต่เกิดแต่ทัศนคติเราเปลี่นยแปลงได้

.

#2.โลกเป็นอย่างไร กับ เราตอบสนองต่อโลกอย่างไร

การมองโลกในแง่ดีเป็นการตั้งสมมติฐานต่อโลกรอบตัวว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรต่อไปหรือมีตอนจบเป็นเช่นไร ในทางกลับกัน การมองโลกในแง่บวก ไม่ใช่เป็นการตั้งสมมติฐานว่าโลกจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตรงกันข้ามมันคือทัศนคติของเราว่าจะเลือกตอบสนองต่อโลกรอบตัวอย่างไร

.

ไม่ว่าชนะหรือแพ้ เราตอบสนองต่อโลกรอบตัวอย่างไร

ไม่ว่าชนะหรือแพ้ เราตอบสนองต่อโลกรอบตัวอย่างไร

.

#3.มองแต่ไม่เห็น หรือ เห็นแม้ไม่ได้มอง

ถ้าอุปมากับองค์กรหรือทีม ผู้นำที่มองโลกในแง่ดี อาจจะถูกลูกทีมคิดว่าผู้นำคนนี้มองไม่เห็นอุปสรรคข้างหน้ารึเปล่า ในทางกลับกัน ผู้นำที่เป็นคนมองโลกในแง่บวก มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มองเห็นทั้งอุปสรรคและโอกาส แต่จะมองว่าอุปสรรคเป็นความท้าทายที่ถ้าก้าวผ่านไปได้ก็ทำให้ทีมเหนือชั้นขึ้นไปอีก ซึ่งหมายความทุกอย่างก้าวที่ก้าวไปของผู้นำแบบนี้เห็นทุกอุปสรรคและพร้อมที่จะรับมือกับทางแก้ไข

มองเห็นทั้งอุปสรรคและโอกาส หรือถูกพรางให้มองไม่เห็น

มองเห็นทั้งอุปสรรคและโอกาส หรือถูกพรางให้มองไม่เห็น

.

ทีนี้เราคงพอเข้าใจการมองโลกในแง่ดีกับการมองโลกในแง่บวกแล้วนะครับ คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถรู้จักตัวเองและปรับใช้ทั้งสองอย่างนี้ไปในทุกอย่างก้าวของชีวิต เพื่อให้การเดินทางแต่ละก้าวไม่พลาดพลั้งไปอย่างน่าเสียดาย ถ้าคุณเคยถกเถียงกับเพื่อนๆว่าโลกสวย หรือเข้าข้างตัวเอง ลองส่งเรื่องนี้ให้เขาอ่านดู วันนี้ปริศนาอาจจะกระจ่างก็ได้

บทอื่นที่คุณอาจสนใจ

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้