การตลาดงบน้อย ก็ทำได้

การตลาดงบน้อย ก็ทำได้

การตลาดงบน้อย ก็ทำได้ เก็บหอมรอมริบให้มากขึ้นอนาคตก็จัดใหญ่ได้เช่นกัน วันนี้ก็ลองมาเริ่มกันด้วยวิธีที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากนักกันก่อน

การตลาดไม่ใช่แค่การใช้จ่ายเงินในการโฆษณาหรือการจ้างเอเจนซี่เท่านั้น มีหลายวิธีในการเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การใช้โซเชียลมีเดีย การทำContent การตลาดโดยใช้Influencer และการสร้างเครือข่าย กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ เพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์ และเพิ่มยอดขาย ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณอย่างแน่นอน เพราะงบประมาณมากกว่าก็ทำอะไรได้มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาเงินไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่ากุญแจสู่ความสำเร็จทางการตลาดไม่ใช่จำนวนเงินที่ใช้ไป แต่เป็นประสิทธิภาพของกลยุทธ์และผลกระทบที่มีต่อกลุ่มเป้าหมายต่างหาก ถ้างบประมาณมีน้อยจริงๆ อย่างน้อยก็ทำให้งบประมาณจำนวนนั้นได้ผลคุ้มค่าที่สุด กับหัวข้อวันนี้ที่ว่า “การตลาดงบน้อย ก็ทำได้

ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การตลาดแบบไหนก็ต้องมี

การระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัด อาจจะเป็นหัวใจหลักของการตลาแบบ Low budget เลยก็ว่าได้ เพราะทุกการระทำที่เกิดขึ้นจะได้ผลหรือมากน้อยแค่ไหนก็เพราะเราเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง และชัดเจน

  • ระบุลูกค้าในอุดมคติ: เริ่มต้นด้วยการนึกถึงประเภทของบุคคลที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์หรือบริการ พิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ สถานที่ รายได้ และระดับการศึกษา (นี่คือวิธีในแบบที่ง่ายที่สุด) นอกจากนี้อาจแบ่งแยกตามไลฟ์ไสตล์ หรือความต้องการของเขาก็ได้
การตลาดงบน้อย

Define ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

  • วิจัยตลาดเป้าหมาย: ใช้เครื่องมือออนไลน์และรายงานการวิจัยเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเป้าหมาย ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลประชากร พฤติกรรมการซื้อ และจุดบกพร่อง อาจจะลองใช้แบบสอบถามง่ายๆส่งให้เพื่อนหรือผู้ที่ยังไม่เป็นลูกค้าทำ เพื่อรับโปรโมชั่นเล็กๆน้อยๆ โดยมีจำนวนกลุ่มตัวอย่างสัก 30 คน
  • ถามลูกค้าปัจจุบัน: หากคุณมีลูกค้าอยู่แล้ว ให้ถามพวกเขาเกี่ยวกับเหตุผลที่มาที่ไป แรงจูงใจ และจุดบกพร่อง ข้อมูลนี้สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าในตลาดเป้าหมาย เริ่มจากง่ายๆแบบนี้ล่ะ

เมื่อได้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็เน้นที่กลุ่มลูกค้านี้เป็นหลัก สินค้าหรือบริการ มีไว้สำหรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะโดยที่ยังไม่ต้องสนใจกลุ่มลูกค้าอื่นมากนัก (แต่ไม่ใช่ละเลย) เริ่มจากกลุ่มเป้าหมายที่

เน้นใช้ Social Media

เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ Social Media ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การใช้ช่องการสื่อสารจากแบรนด์ของเราไปยังลูกค้าด้วย Social Media เป็นตัวเลือกพื้นฐานโดยคำนึงถึงสิ่งต่างๆต่อไปนี้

  • กำหนดวัตถุประสงค์: เริ่มต้นด้วยการกำหนดสิ่งที่คุณต้องการบรรลุด้วยการตลาดโซเชียลมีเดีย นี่อาจเป็นอะไรก็ได้ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ไปจนถึงการกระตุ้นยอดขาย ลองเลือกมาสักอย่างและทำเป็นช่วงเวลา เช่น สามเดือนแรก เป้าหมายคือการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ เดือนที่4เน้นการกระตุ้นยอดขายจากฐานลูกค้าปัจจุบัน เป็นต้น หากไม่มีวัตถุประสงค์การกระทำต่อจากนี้จะยิ่งเปะปะไปมา
  • เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม: ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยคนหนุ่มสาวเป็นส่วนใหญ่ คุณอาจพิจารณามุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ TikTok แต่แพลตฟอร์มอื่นก็ไม่ละเลย เป็นไปได้ควรเลือกทุกแพลตฟอร์มที่เป็นไปได้ แต่เน้นสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งบนสักแพลตฟอร์มหนึ่งเป็นหลัก
  • สร้างเนื้อหาคุณภาพสูง: เนื้อหาเป็นกุญแจสำคัญในการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาน่าดึงดูด ดึงดูดสายตา และเกี่ยวข้องกับผู้ชมเป้าหมาย ลองใช้ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอผสมกันเพื่อให้สิ่งต่างๆ น่าสนใจ แน่นนอนว่าอยู่บนจริยธรรมที่ดีย่อมดีกว่าดราม่าแน่ๆ
การตลาดงบน้อย

คนส่วนใหญ่เข้าถึงโซเชียงมีเดีย

  • มีส่วนร่วมกับลูกค้าและผู้ติดตามของโซเชียลมีเดีย: โซเชียลมีเดียเกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม ดังนั้นการตอบกลับความคิดเห็นและข้อความในเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณควรมองหาโอกาสที่จะมีส่วนร่วมกับผู้ชมด้วยการถามคำถามและกระตุ้นให้พวกเขาแบ่งปันความคิดและความคิดเห็น
  • วัดผลลัพธ์: ติดตามสถิติโซเชียลมีเดียเป็นประจำเพื่อดูว่าความพยายามทางการตลาดทำงานได้ดีเพียงใด ซึ่งอาจรวมถึงสถิติต่างๆ เช่น อัตราการมีส่วนร่วม การเข้าถึง และ Conversion ใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับแต่งกลยุทธ์และทำการปรับปรุงเมื่อจำเป็น โดยปกติสถิติเหล่านี้มีให้ดูอยู่แล้วในแต่ละแพลตฟอร์ม
  • ใช้เงินบางส่วนเพื่อโฆษณา: แม้ว่าสื่อสังคมออนไลน์สามารถเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่คุ้มค่าใช้จ่าย คุณอาจต้องการพิจารณาใช้ตัวเลือกการโฆษณาแบบชำระเงินเพื่อเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากขึ้น เลือกแพลตฟอร์มที่มีตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (ก็รู้กลุ่มเป้าหมายชัดแล้วจากหัวข้อที่แล้ว)

ร่วมมือกับ Influencer เพื่อ Win-win situation

คงมี Influencerไม่น้อยที่กำลังเริ่มก้าวเข้าสู่วงการ คุณสามารถร่วมมือกับพวกเขาได้เพื่อสร้าง win-win situation ฐานลูกค้าของคุณกับฐานลูกค้าของเขาอาจเกิดการแชร์กันเพิ่มจำวนผู้ติดตามของทั้งคุณและเขาได้ง่ายๆ แต่ต้องเป็น Influencer ที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณก็จะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายมากขึ้น ตามด้วยขั้นตอนต่างๆเหล่านี้

  • กลับไปดูกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ตอนแรก: กลุ่มเป้าหมายที่เราคิดมาดีแล้วว่าจะเป็นลูกค้าของเรา ยังคงต้องยึดติดกับกลุ่มนั้นไว้และใช้เป็นแกนหลักในการติดต่อพูดคุยกับ Influencer
  • ระบุ Influencer ที่เหมาะสม: มองหาInfluencerที่มีผู้ติดตามจำนวนมากและมีส่วนร่วมในกลุ่มเป้าหมายของคุณ พิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราการมีส่วนร่วม ประเภทของเนื้อหาที่พวกเขาสร้าง และชื่อเสียงภายในช่องของเขา คงไม่ใช่ Influencer ทุกคนที่จะตอบรับ และบางคนก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่เกินงบประมาณ “ไม่เป็นไร” หากไม่วินกันทั้ง2ฝ่าย อย่างน้อยก็ได้พูดคุยกันและอาจมีโอกาสได้ร่วมมือกันในอนาคต
  • สร้างบรีฟที่ชัดเจน: ก่อนติดต่ออินฟลูเอนเซอร์ ให้สร้างบรีฟที่ชัดเจนโดยสรุปเป้าหมาย ผู้ชมเป้าหมาย และสิ่งที่คุณกำลังมองหาจากอินฟลูเอนเซอร์ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณดึงดูดInfluencerที่เหมาะสมและทำให้แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจตรงกัน เพราะสิ่งนี้เองที่จะทำให้คุณและเขาได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย และจับมือกันไปได้ยาวๆ
การตลาดงบน้อย

จับมือหา Win-Win situation

  • ติดต่อ Influencer: เมื่อคุณระบุInfluencerที่เหมาะสมและสร้างบทสรุปที่ชัดเจนแล้ว ให้ติดต่อพวกเขาและอธิบายวิสัยทัศน์ของคุณสำหรับการเป็นหุ้นส่วน ให้ความเคารพและเป็นมืออาชีพ และเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเงื่อนไขของการเป็นหุ้นส่วน หากข้อเสนอของคุณได้รับผลเป็นวินกันทั้ง 2 ฝ่าย เป็นใครก็คงไม่อยากปฏิเสธ
  • เจรจาเงื่อนไขให้ชัดเจน: เมื่อคุณพบ Influencer ที่สนใจร่วมงานกับคุณแล้ว ให้เจรจาเงื่อนไขของการเป็นหุ้นส่วน รวมถึงค่าตอบแทน(ที่อาจจะไม่มาก) ประเภทของเนื้อหาที่คุณต้องการให้ Influencer สร้าง และข้อกำหนดอื่นๆ
  • วัดผลลัพธ์ของคุณ: วัดผลด้วยวิธีการที่เราเคยได้วางแผนเอาไว้ ว่าอย่างน้อยแผนการที่ทำมาทั้งหมดนี้ ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหรือไม่ หากดีขึ้นแล้วจะพัฒนาต่อไปอย่างไร หากยังไม่ดีมากนัก มีส่วนที่ต้องปรับปรุงตรงไหนอย่างไร

สร้าง Website ของตัวเอง เรื่องง่ายของการตลาดงบน้อย

เว็บไซต์อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่ในโลกดิจิทัล ผู้คนแทบจะมี Google.com เป็นเพื่อนแล้ว และเพื่อนเราคนนี้เองที่จะนำเสนอเว็บไซต์ของสินค้าเราออกสู่ผลการค้นหาได้ หากเราไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ยากที่ Google จะบอกต่อแนะนำสินค้าของเราได้ การลงทุนในโดเมนเนมและโฮสต์ในปัจจุบันก็ใช้งบประมาณไม่มากนัก และสามารถสร้างช่องทางการติดต่อ บอกข่าวสารของแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้าของเราได้อีกด้วย

ด้วยวิธีง่ายๆที่กล่าวมาข้างต้น การตลาดงบน้อย ก็น่าจะทำให้คุณพอทำอะไรได้บ้าง แน่นอนว่าอาจจะได้ผลดีมากหรือดีน้อยก็คงต้องลองกันสักตั้งและปรับใช้กันไปเรื่อยๆครับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้