Backlog ตัวละครสำคัญในการชิ้ทิศทางโปรเจค

สำหรับเรื่องราวความรัก มีกันสองคนคงไม่มีปัญหา ปัญหามันเกิดก็ตอนมีมือที่3เข้ามานี่เอง การมีมือที่สาม กลายเป็น3คนอาจไม่ใช่เรื่องดีในความรัก แต่กับการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile กลับเป็นเรื่องที่ต้องมีตัวละครหลักสามตัวตาม SCRUM Framework ที่ประกอบไปด้วย Product Owner, Scrum Master และ Developer ซี่งอาจจะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ วันนี้เราจะมาพูดถึงหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ตัวละครทั้ง3นี้ใช้ที่เรียกกันว่า Product Backlog ว่ามันคืออะไรและมีบทบาทสำคัญอย่างไร
Backlog จำให้ง่ายมันเอาคำมารวมกันเป็นคำนี้อย่างไร
คำว่า Backlog มาจากการรวมกันของคำว่า Back และ Log
- คำว่า Back: หมายถึง สิ่งที่อยู่ด้านหลังหรือสำรองไว้ มันแสดงให้เห็นการสะสมของรายการหรืองานที่ยังไม่ได้จัดการเรียกว่ายังไม่ได้ถูกนำออกสู่สายตาสาธารณชนก็ว่าได้
- คำว่า Log หมายถึง รายการบันทึกในอดีต หรือรายการในทะเบียน คำนี้ถูกใช้เพื่อติดตามกิจกรรมต่างๆ เช่น ความเคลื่อนไหวของเรือ งานที่เสร็จสมบูรณ์ หรือสินค้าคงคลัง ก็ที่เราเรียกกันว่าดูlogย้อนหลังก็มาจาก Log คำนี้เอง
เมื่อรวมสองคำนี้เข้าด้วยกัน “backlog” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึงบันทึกหรือรายการงาน คำสั่งซื้อ หรือรายการที่ยังคงค้างอยู่และจำเป็นต้องดำเนินการ คำนี้หมายถึงการรวบรวมงานที่สะสมเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการหรือทำให้เสร็จสิ้น
Backlog ใน Scrum คืออะไร?
ในกระบวนการ Scrum ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการพัฒนาและจัดการโปนเจคแบบ Agile นั้น Backlog เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก ประกอบด้วยรายการของงานหรือฟีเจอร์ต่างๆ ที่ต้องทำเพื่อให้งานหรือโปรเจคนั้นสำเร็จ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ Product Backlog และ Sprint Backlog
- Product Backlog: เป็นรายการที่ครอบคลุมงานทั้งหมดที่ต้องทำในโครงการหรือผลิตภัณฑ์ เป็นรายการที่ไม่คงที่ สามารถเพิ่มหรือลดรายการได้ตลอดเวลา
- Sprint Backlog: เป็นชุดของงานที่ทีมพัฒนาเลือกจาก Product Backlog มาเพื่อทำในช่วง Sprint (ช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 2 สัปดาห์)
วิธีการจัดการ Backlog แบบ Step by Step
รู้จักอย่างเดียวใช่ว่าจะทำได้ วันนี้เราจึงมีขั้นตอนต่างๆมาเป็นแนวทางในการทำสำหรับมือใหม่กันด้วย
ขั้นตอนที่ 1: สร้าง Product Backlog
1. ระบุความต้องการ:
- พูดคุยกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อรวบรวมความต้องการและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ต้องการในผลิตภัณฑ์
- จัดลำดับความสำคัญของความต้องการตามคุณค่าและความสำคัญของธุรกิจ
2. เขียน User Stories:
- เขียนความต้องการในรูปแบบของ User Stories เช่น “As a [user], I want to [action] so that [benefit].”
- แต่ละ User Story ควรมีคำอธิบายที่ชัดเจนเพื่อให้ทีมพัฒนาสามารถเข้าใจและดำเนินการได้
3. สร้าง Product Backlog:
- รวม User Stories ทั้งหมดลงใน Product Backlog
- จัดลำดับความสำคัญของแต่ละรายการใน Product Backlog ตามคุณค่าและความสำคัญ

ขั้นตอนที่ 2: การดูแลติดตาม Product Backlog
1. การปรับปรุงและจัดลำดับความสำคัญ:
- Product Owner ควรปรับปรุงและจัดลำดับความสำคัญของ Product Backlog เป็นประจำ โดยใช้ข้อมูลจากลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- เพิ่มหรือแก้ไข User Stories ตามความจำเป็น
2. การประมาณค่า:
- ทีมพัฒนาควรประเมินความซับซ้อนและขนาดของแต่ละ User Story เพื่อช่วยในการวางแผน

ขั้นตอนที่ 3: การสร้าง Sprint Backlog
1. การวางแผน Sprint (Sprint Planning):
- ในการประชุม Sprint Planning ทีมพัฒนาและ Product Owner จะเลือก User Stories จาก Product Backlog มาใส่ใน Sprint Backlog ตามความสามารถในการทำงานของทีมในช่วง Sprint
2. การแบ่งงาน:
- ทีมพัฒนาจะแบ่ง User Stories ออกเป็นงานย่อยๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ภายใน Sprint
- จัดการให้สมาชิกทีมรับผิดชอบงานแต่ละส่วน

ขั้นตอนที่ 4: การทำงานใน Sprint
1. การทำงานประจำวัน (Daily Standup):
- ทีมจะมีการประชุมสั้นๆ ทุกวันเพื่ออัพเดตสถานะของงานใน Sprint Backlog และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
2. การติดตามงาน:
- ใช้บอร์ด Kanban หรือเครื่องมืออื่นๆ เพื่อติดตามความคืบหน้าของงาน

ขั้นตอนที่ 5: การตรวจสอบและการทบทวน
1. Sprint Review:
- หลังจากสิ้นสุด Sprint ทีมจะนำผลงานที่ทำเสร็จแล้วมาแสดงและรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
2. Sprint Retrospective:
- ทีมจะทบทวนกระบวนการทำงานใน Sprint ที่ผ่านมาเพื่อหาโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการทำงานในอนาคต
ความกลมเกลียวที่ไม่โดดเดี่ยวเมื่อได้ร่วมงานกัน
การจัดการ Backlog ใน Scrum เป็นกระบวนการที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นที่การสื่อสารและการมีส่วนร่วมของทุกคนในทีม เพื่อให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งสมาชิกในทีมมีความสนิทสนม ยิงมุขรับส่งกันโบ๊ะบ๊ะเป็นกันเองยิ่งทำให้ทีมต่อติดทำงานได้อย่างราบรื่นขึ้น เรียกว่าเป็นการรวมกันหลายคนที่ยังไงก็สามัคคีกัน ไม่เหมือนเรื่องราวความรักที่เพิ่มมือที่สามมาคนเดียวเรื่องราวก็พังครืนไม่เป็นท่าซะแล้ว
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
