Social Label คืออะไร พร้อมวิธีการใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์ด้านบวก

Social Label คืออะไร พร้อมวิธีการใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์ด้านบวก

คุณเคยได้ยินว่า ถ้ามีคนบอกว่าเรา หรือ แม้แต่ตัวเรา คิดอย่างไรเราก็จะเป็นเช่นนั้น เช่น สังคมบอกว่าเราเป็นคนแบบนี้ พอได้ยินมากเข้าๆ เราก็จะเชื่อว่าเราเป็นคนเช่นนั้นจริงๆ ทีนี้มันก็ขึ้นกับว่า เขาบอกว่าเราเป็นคนในเชิงดี หรือชิงแย่ การที่คนอื่นพูดถึงหรือติดป้ายกำกับบอกเราเช่นนี้ ทำให้เราเผลอคิดไปเองเช่นกัน แม้ว่าตอนแรกเราจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งนี้เองที่เรียกว่า social Labeling

Social Labeling คืออะไร

Social labeling เป็นแนวคิดทางจิตวิทยาและสังคมวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการตั้งป้ายกำกับทางสังคมให้กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยป้ายกำกับนี้มักจะเป็นคำนิยามหรือการจัดกลุ่มตามลักษณะพฤติกรรม คุณลักษณะ หรือความเชื่อของคนในสังคม เช่น การเรียกคนว่า “ฉลาด” หรือ “เกียจคร้าน” โดยการตั้งป้ายกำกับนี้สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมของบุคคลนั้น ๆ ได้

Social Labeling แล้วมันทำไม มันเกี่ยวกับฉันด้วยหรือ

การติดป้ายบอกว่าคนๆหนึ่งเป็นอย่างไร ส่งผลกับคนๆนั้นดังนี้

  1. การรับรู้ตัวตน: เมื่อบุคคลได้รับป้ายกำกับ พวกเขามักจะปรับตัวหรือมีพฤติกรรมตามสิ่งที่สังคมคาดหวัง เช่น หากมีการบอกว่าบุคคลหนึ่ง “ฉลาด” พวกเขาอาจจะรู้สึกว่าต้องทำตัวฉลาดและมีพฤติกรรมที่สนับสนุนป้ายกำกับนั้น
  2. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม: การตั้งป้ายกำกับสามารถส่งผลทั้งทางบวกและลบ เช่น หากมีการตั้งป้ายกำกับว่า “เกียจคร้าน” บุคคลอาจสูญเสียแรงจูงใจที่จะทำงานหนัก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถหลุดพ้นจากป้ายกำกับนั้นได้
  3. ผลกระทบระยะยาว: ป้ายกำกับที่ถูกใช้บ่อย ๆ ในสังคมอาจมีผลกระทบระยะยาวต่อการรับรู้ตนเองและพฤติกรรมของบุคคล เช่น การถูกเรียกว่า “อาชญากร” สามารถทำให้บุคคลรู้สึกติดกับในบทบาทนี้และประพฤติตัวตามป้ายกำกับนั้นมากขึ้น

เหตุนี้เอง Social labeling มักถูกใช้ในการศึกษาเรื่องของการเหมารวม (stereotyping) และอคติ (bias) ในสังคม ซึ่งหากหยิบยกมาใช้ในชีวิตประจำวันให้ดีจะบริหารจัดการสิ่งรอบข้างได้ดีขึ้น

หยิบจุดดีของ Social Labeling มายกระดับชีวิตให้ดีขึ้นแบบนี้

การนำ social labeling มาใช้ในด้านดีในชีวิตประจำวันสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสร้างพฤติกรรมเชิงบวกในตัวเองและผู้อื่นได้ โดยสามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น:

1. การเสริมสร้างความมั่นใจให้ตนเอง

  • ตั้งป้ายกำกับตนเองในทางบวก เช่น แทนที่จะคิดว่าตนเอง “ขี้เกียจ” หรือ “ทำไม่ได้” ให้ใช้คำเชิงบวก เช่น “ฉันมีความพยายาม” หรือ “ฉันมีศักยภาพในการพัฒนา” การตั้งป้ายกำกับตนเองในเชิงบวกจะกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นและแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ

2. การใช้ในการสนับสนุนผู้อื่น

  • เมื่อพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน ลองใช้คำพูดที่ตั้งป้ายกำกับทางบวก เช่น “คุณเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์” หรือ “คุณมีความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์นี้ได้ดี” ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้คนรอบข้างรู้สึกถึงความสามารถในตัวเองและสร้างความมั่นใจมากขึ้น

3. การใช้ในการเลี้ยงดูลูกหรือสอนนักเรียน

  • สำหรับพ่อแม่หรือครู สามารถใช้ social labeling ในการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี เช่น บอกลูกว่า “หนูเป็นเด็กที่มีน้ำใจ” หรือ “หนูเป็นคนมีความอดทน” การตั้งป้ายกำกับที่ดีสามารถช่วยกระตุ้นพฤติกรรมที่พึงประสงค์และพัฒนาอัตลักษณ์ที่ดีของเด็ก

4. การใช้ในที่ทำงาน

  • ผู้นำหรือหัวหน้าสามารถใช้ social labeling ในการให้กำลังใจพนักงาน เช่น “คุณเป็นคนมีความรับผิดชอบ” หรือ “คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ” การใช้ป้ายกำกับในทางบวกสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี

5. การสร้างการมองโลกในแง่ดี

  • ใช้ social labeling เพื่อเปลี่ยนมุมมองในชีวิตประจำวัน เช่น แทนที่จะมองเห็นปัญหาเป็นสิ่งที่ยากลำบาก ลองมองว่าตนเองเป็นคนที่สามารถเผชิญและแก้ไขปัญหาได้ดี การตั้งป้ายกำกับตัวเองในเชิงบวกจะทำให้มีทัศนคติที่ดีกับชีวิตและลดความเครียดได้

6. การเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงลบ

  • หากเจอพฤติกรรมเชิงลบในตัวเองหรือผู้อื่น เช่น ขาดแรงจูงใจหรือไม่มั่นใจในตัวเอง การเปลี่ยนป้ายกำกับจากเชิงลบไปเป็นเชิงบวกสามารถช่วยในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ เช่น “ฉันสามารถพัฒนาได้” หรือ “ฉันเป็นคนที่มีความพยายาม”

มาลองเปลี่ยนคนใกล้ชิดคุณไปในทางที่ดีขึ้นด้วย Social Labeling

การนำ social labeling มาใช้กับคนใกล้ชิดเพื่อช่วยพัฒนาเขาให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้น สามารถทำได้โดยการสร้างป้ายกำกับเชิงบวกที่มีความหมายต่อพฤติกรรมและความคิดของเขา นี่คือตัวอย่างและแนวทางการปฏิบัติอย่างละเอียด:

1. การใช้ social labeling กับลูกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้

  • สถานการณ์: ลูกของคุณรู้สึกว่าตนเองเรียนไม่เก่งและไม่มีความมั่นใจในการทำการบ้าน
  • ป้ายกำกับเชิงบวก: “หนูเป็นคนที่พยายามและตั้งใจ เรียนรู้เร็ว”
  • การปฏิบัติ:
    • เมื่อลูกทำการบ้านหรือทำงานที่ต้องใช้ความพยายาม ให้คุณเน้นไปที่ความพยายามของเขา เช่น “หนูทำได้ดีมากเลยที่พยายามจนสำเร็จ” หรือ “แม้ว่าโจทย์นี้จะยาก แต่หนูก็พยายามคิดและหาทางแก้ได้เอง”
    • ชมเชยความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากความพยายาม เช่น “หนูสามารถคิดได้ด้วยตัวเอง นั่นแสดงว่าหนูฉลาดและมีความพยายาม”
    • ส่งเสริมให้เขารู้สึกว่าการพยายามและเรียนรู้เป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งกว่าผลลัพธ์ที่ได้ เช่น “การพยายามและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจะทำให้หนูเก่งขึ้นทุกวัน”

2. การใช้ social labeling กับเพื่อนร่วมงานในการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ

  • สถานการณ์: เพื่อนร่วมงานของคุณไม่มั่นใจในการเป็นหัวหน้าโครงการ และมักกังวลว่าจะทำผิดพลาด
  • ป้ายกำกับเชิงบวก: “คุณเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และตัดสินใจได้ดี”
  • การปฏิบัติ:
    • เมื่อเพื่อนร่วมงานตัดสินใจหรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการ ให้ชมเชยว่า “ฉันเห็นว่าคุณมีความคิดที่รอบคอบและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม”
    • พยายามย้ำให้เขารับรู้ว่าทักษะในการจัดการและความเป็นผู้นำของเขามีคุณค่า เช่น “ฉันเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของคุณ และคุณสามารถนำพาทีมนี้ไปสู่ความสำเร็จได้”
    • ให้โอกาสเขาในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ และยกย่องความสำเร็จที่เกิดจากการตัดสินใจนั้น เช่น “คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ยากๆ แบบนี้ได้ดีมาก”

3. การใช้ social labeling กับคนรักในการเสริมสร้างทักษะการจัดการเวลาและการทำงานร่วมกัน

  • สถานการณ์: คนรักของคุณมีปัญหาในการจัดการเวลาและรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ไม่ดีพอ
  • ป้ายกำกับเชิงบวก: “คุณเป็นคนที่มีการจัดการเวลาที่ดี และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
  • การปฏิบัติ:
    • เมื่อคนรักของคุณจัดการงานบางอย่างเสร็จสิ้น ให้คุณชมเชยว่า “คุณจัดการเวลาได้ดีมากในวันนี้ สามารถทำงานนี้ได้เสร็จทันเวลา”
    • หากเขาพบอุปสรรคในการทำงาน ให้ส่งเสริมเขาด้วยคำพูดที่ให้กำลังใจ เช่น “คุณมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ฉลาดและมีความสามารถในการจัดการกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น”
    • ช่วยแนะนำวิธีการบริหารเวลาที่ดีพร้อมกับการชมเชยเพื่อส่งเสริมว่าเขาสามารถปรับปรุงได้ เช่น “ฉันเห็นว่าคุณเริ่มจัดการงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ลองใช้วิธีนี้เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นนะ”

4. การใช้ social labeling กับพ่อแม่ในการเสริมสร้างความภาคภูมิใจและสุขภาพจิตที่ดี

  • สถานการณ์: พ่อแม่ของคุณมักรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอและไม่มีความสามารถเหมือนคนอื่นในวัยเดียวกัน
  • ป้ายกำกับเชิงบวก: “คุณเป็นคนที่มีประสบการณ์และมีความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ”
  • การปฏิบัติ:
    • ยกย่องความสามารถที่พวกเขามีในด้านต่างๆ เช่น “พ่อแม่มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการจัดการกับสิ่งต่างๆ ในชีวิต ฉันยังต้องเรียนรู้จากคุณอีกเยอะ”
    • ส่งเสริมให้พ่อแม่รู้สึกภูมิใจในสิ่งที่เขาทำในอดีตและปัจจุบัน เช่น “สิ่งที่พ่อแม่ทำในวันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากสำหรับครอบครัว”
    • หากพ่อแม่เจอความยากลำบากในการทำสิ่งใหม่ ให้คุณกล่าวว่า “แม้ว่าจะเป็นสิ่งใหม่ แต่พ่อแม่ก็มีความสามารถในการปรับตัวได้ ฉันเชื่อว่าพ่อแม่จะทำได้ดี”

5. การใช้ social labeling กับตนเองในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้

  • สถานการณ์: คุณรู้สึกว่าตนเองไม่เก่งพอและไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เร็วเท่าที่ควร
  • ป้ายกำกับเชิงบวก: “ฉันเป็นคนที่เรียนรู้ได้รวดเร็วและสามารถพัฒนาตนเองได้ทุกวัน”
  • การปฏิบัติ:
    • ตั้งป้ายกำกับที่สะท้อนถึงความพยายามของคุณ เช่น “ฉันเป็นคนที่พยายามและเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ”
    • ทุกครั้งที่คุณเรียนรู้หรือประสบความสำเร็จในบางสิ่ง ให้คุณกล่าวชมตัวเองว่า “ฉันสามารถทำได้ดี และจะพัฒนาต่อไป”
    • หากพบปัญหาในการเรียนรู้ ให้มองปัญหาเป็นโอกาสในการพัฒนา เช่น “แม้ว่าฉันจะเจอปัญหานี้ แต่ฉันเชื่อว่าฉันสามารถปรับตัวและเรียนรู้เพื่อแก้ไขได้”

การใช้ social labeling ในทางบวกช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้คนใกล้ชิดรู้สึกมีคุณค่าและความสามารถมากขึ้น ผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดเมื่อพวกเขามีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับป้ายกำกับที่คุณให้

น้อยๆแต่นานๆ ใช้ Social Labeling พัฒนาตนเองและคนรอบข้าง

แน่นอนว่าคนรอบข้างนั้นเปลี่ยนได้ยาก หรืออาจเปลี่ยนไม่ได้เลยตามปรัชญา Stoic ที่เคยได้พูดถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ในตอนที่ว่า “เหนื่อยใจจากงาน? ฮีลใจด้วยวิธี Stoic ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณทันที!” หรืออาจเปลี่ยนไม่ได้เลย แต่แนวคิดของ Social Labeling หากลองทำความเข้าใจและปรับใช้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าน่าจะเปลี่ยนคนรอบข้างหรือตัวเองได้ไม่มากก็น้อยหากทำอย่างต่อเนื่องและมีเหตุผล เริ่มติดป้ายกำกับดีๆแบบ Social Labelingให้กับคนรอบข้างวันนี้ และลืมป้าย SALE ที่ต้องควักเงินซื้อสิ่งไม่จำเป็นทิ้งไปก่อน อย่างน้อยก็ลดนิสัยการช้อปอย่างบ้าคลั่งไปได้เรื่องนึงแล้ววว

เพื่อนคุณคงดีใจ ถ้าคุณแชร์เรื่องราวดีๆไปให้