เปลี่ยนเช้าวันใหม่ ด้วยการลด “ไถมือถือ”

เวลาเป็นสิ่งที่ทุกคนมีเท่าๆกันในหนึ่งวัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือเราไม่ได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าเท่าๆกันในทุกๆคน สิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งแม้เพียงเล็กน้อยนี้ หากเราหยุดทำมันได้ จะทำให้เรามีเวลาเพิ่มขึ้นและเต็มที่กับทั้งวันตั้งแต่ตื่นนอนได้อีกด้วยนั่นคือ หยุดการเช็คมือถือหรือ “ไถมือถือ” ทุกครั้งที่ตื่นนอน
โดพามีน คืออะไร
“เซลล์” หน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต เฉลี่ยแล้วในร่างกายคนเรามีเซลล์อยู่ประมาณ 37ล้านล้านเซลล์ รวมกับมนุษย์ที่อยู่ทั่วทั้งโลกอีกราว 7,000ล้านคน ทำให้ดาวที่ชื่อว่าโลกมีจำนวนเซลล์ของมนุษย์อาจจะสูสีกับจำนวนดาวในกาแล็คซี่ทางช้างเผือกของเราทีเดียว

แสนล้านดวง เป็นการประมาณการของดวงดาวในแกแล็คซี่ทางช้างเผือกของเรา
เจ้าเซลล์เล็กๆนี้เอง ที่สามารถถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้ารอบข้าง สิ่งเร้าหนึ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ สาร”โดพามีน” (Dopamine) เป็นอินทรีย์สารที่สามารถสร้างขึ้นได้เองในร่างกายมนุษย์ และถูกใช้ทำเป็นยาในการช่วยการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ
สมาร์ทโฟนกับโดพามีน
สมาร์ทโฟนของเราก็เช่นกัน มันเปรียบเสมือนสาร “โดพามีน” เพราะทุกครั้งที่เรานั่งเหงาและเจ่าอยู่กับตัวเอง การได้เสพและบันเทิงไปกับสมาร์ทโฟนหรือที่เรียกกันว่าไถมือถือของเรามันทำให้เกิดการกระตุ้น ร่างกายรู้สึกร่าเริงขึ้นในทุกๆคอนเท้นท์ที่อ่าน ทุกไลก์ที่ได้รับ รู้ตัวอีกทีในตอนเย็น โอ้!!! หน้าจอแจ้งเตือนการใช้งานสมาร์ทโฟนตลอดวันนานถึง 7ชั่วโมง เพี้ยนไปแล้วแน่ๆ กับจอสี่เหลี่ยมเล็กๆหมดเวลาไป7ชั่วโมง เพราะนั่นมันเท่ากับงานประจำวันหนึ่งได้เลย ถ้าคิดเป็นเงิน ขั้นต่ำนั้นเท่ากับคุณทำสตาร์บัคส์ไอซ์ คาราเมล มัคคิอาโตหกเรี่ยราดไปราวๆ2แก้วเลยทีเดียว

สมาร์ทโฟนถูกทำขึ้นและแทบจะมาแทนสารโดพามีนได้เลย
การไถมือถือหรือการหยิบสมาร์ทโฟนวินาทีแรกในตอนเช้าทำให้เขื่อนกั้นกระแสแห่งข่าวสารพังลง และสมองของคุณก็ถูกโยงใยเข้ากับเรื่องราวต่างๆที่ดาหน้าเข้ามาแบบไม่มีวันจบสิ้น นั่นเท่ากับคุณกำลังเริ่มต้นวันใหม่ด้วยชีวิตของคนอื่น ไม่ใช่เพราะตัวคุณเองต้องการจะสร้างเป้าหมายของตัวเองจริงๆ
ทำอย่างไรให้ห่างไกลสมาร์ทโฟนในตอนเช้า
1. นอนคนละห้องกับสมาร์ทโฟน
หักดิบกันแบบที่ว่าทำให้การไถมือถือทำได้ยากวิธีหนึ่งคือการนอนคนละห้องกับสมาร์ทโฟน เพราะความงัวเงียในตอนเช้าของหลายคนคงมากกว่าเดินไปอีกห้องเพื่อหยิบมือถือมาไถเป็นแน่
มองย้อนกลับไปในวัยเด็ก วัยที่คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสมาร์ทโฟนคืออะไร คุณไม่เคยนอนกับมัน หากต้องการห่างจากมันในวันนี้ การอยู่คนละห้องกับสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องที่ตามตรรกะแล้วควรทำได้ จะชาร์จไว้ที่อื่น หรือข้างตู้ก่อนออกจากบ้านก็ยังไหว ง่ายๆแบบนี้ก็ช่วยเพิ่มเวลาให้เราได้แล้ว
2. ปิดการแจ้งเตือน
ฟังก์ชั่นปิดการแจ้งเตือนเป็นสิ่งที่ผมใช้บ่อยและแทบจะทำกับทุกแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน เพราะถ้ามันสำคัญจริงๆเราจะเป็นคนเปิดมันขึ้นมาเองเมื่อเราต้องการ การแจ้งเตือนจากทุกแอพและเราต้องเหลียวดูทุกครั้ง ทำให้สมาธิแตกกระเจิงและทำภาระกิจยามเช้าได้ไม่เต็มที่ และถ้าคุณเป็นคนที่เช็คมือถือทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือน นิสัยการ “ไถมือถือ” ในตอนเช้าคงยากที่จะลบมันได้

การปิดแจ้งเตือน ช่วยเพิ่มเวลาในช่วงเช้าหลังตื่นนอนได้
โดยปกติการแจ้งเตือนควรช่วยให้เราประหยัดเวลาได้ก็จริง แต่การแจ้งเตือนจากทุกแอพและข้อความที่ส่งเข้ามา ไม่สามารถช่วยเพิ่มเวลาให้เราได้แน่ ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดปัญหาการเสียเวลาในตอนเช้า การปิดการแจ้งเตือนไปเลยทำให้เราเพิ่มเวลาได้มีประสิทธิภาพกว่า
3. ใส่อุปนิสัยอื่นแทนลงไป
การเลิกนิสัยจับสมาร์ทโฟนในตอนเช้าหรือไถมือถือให้ได้วิธีหนึ่งคือ การทำตามข้อ1และ2ข้างต้น ตามด้วยการหากิจกรรมอื่นมาใส่แทนลงไป กิจกรรมที่ไม่ใช่การล้างหน้าแปรงฟัน แต่มาทดแทนการใช้สมาร์ทโฟนของคุณได้ เช่น กระดาษพร้อมปากกาก่อนเข้าห้องน้ำ พร้อมประโยคที่ว่า “เป้าหมายวันนี้ของคุณคือ…………………..” ใช้เวลาที่เคยใช้กับสมาร์ทโฟน คิดถึงเรื่องราวที่ว่า วันนี้จะบรรลุเป้าหมายใดแล้วเขียนมันลงไป เท่านี้ก็เป็นการสร้างกิจกรรมทดแทนได้แล้ว หรือบางคนอาจจะใช้การดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้วก่อนเข้าห้องน้ำก็ยังได้ และจะดีขึ้นถ้าเตรียมน้ำหนึ่งแก้วนั้นไว้ตั้งแต่ก่อนเข้านอน

เติมคำลงบนกระดานหน้าห้องน้ำได้ทุกวันก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย
หากต้องเสียเวลาเพื่อไถมือถือจริงๆ เอาเวลามาใช้กับเรื่องอื่นที่มีประโยชน์มากกว่าหรือเท่ากัน ก็ทำให้เราเริ่มต้นวันใหม่ได้ดีขึ้นแน่ๆ
4. ออกกำลังเล็กๆน้อยๆ
ถ้าคุณไม่ใช่นักกีฬา และไม่ได้ออกกำลังเป็นนิจ การกระโดดตบสัก20ครั้งหลังจากล้างหน้า ก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดี ทำให้หายงัวเงียอีกด้วย หลักการทำให้ร่างกายเกิดโมเมนตัมแบบนี้ ศิลปินหลายคนก็ใช้ก่อนที่จะขึ้นเวทีร้องเพลงก็มีให้เห็นเหมือนกัน

ออกกำลังในตอนเช้า เพิ่มโมเมนตัมให้ร่างกาย
จริงๆแล้วการออกกำลังเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในหมวดไม่เร่งด่วน นั่นจึงทำให้หลายคนไม่มีเวลาได้ทำมันเสียที อย่างน้อยลองเปลี่ยนเวลาไถมือถือในตอนเช้า มาเป็นออกกำลังดูบ้างก็เป็นตรรกะที่ควรทำอย่างยิ่ง
5. สม่ำเสมอ
การทำทั้ง4ข้อข้างต้น อย่างน้อยให้ได้สักข้อใดข้อหนึ่ง ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ให้เกิดเป็นนิสัย และตั้งใจและเข้าใจจริงว่า สิ่งที่เราทำนี้เพื่อช่วยให้ชีวิตตลอดทั้งวันไม่ผูกติดกับสมาร์ทโฟน หรือโดนชี้นำจากข่าวสารที่หลั่งไหลเข้ามาได้ไม่หยุดหย่อน และหันมานำชีวิตของตัวเองก็จะดีไม่น้อย
ทุกกระบวนการที่ทำ มีเป้าหมายเพื่อให้เราได้เวลาในตอนเช้าคืนมาอย่างมีประสิทธิภาพและสมองของเราสามารถจดจ่ออยู่กับภาระกิจที่จะต้องทำในแต่ละวันได้จริงๆ ยิ่งเราทำได้คงเส้นคงวาเท่าไร เราก็เพิ่มเวลาชีวิตในตอนเช้าได้เร็วขึ้นเท่านั้น
เอาล่ะ!!! ได้เวลาสั่งการ 37ล้านเซลล์ในร่างกายของคุณแล้วว่า พรุ่งนี้ “ฉันจะไม่ไถมือถือ” เป็นอย่างแรกหลังจากตื่นนอน วันแล้ววันเล่า มือถือที่เปรียบดั่งโดพามีนนี้ก็คงจะค่อยๆเปลี่ยนจากหัวขโมยเวลา มาเป็นสหายข้างกายาที่รู้ใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
